13 THINGS MENTALLY STRONG PEOPLE DON’T DO

สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

โดย เอมี โมริน แปลโดย วิสาข์ ทองตัน
ไปได้ห้าข้อแล้วนะครับ เรามาต่อข้อต่อไปกันเลยครับ

ข้อ 6 ไม่กลัวที่จะได้รับความเสี่ยงที่ประเมินแล้ว

ข้อนี้หลาย ๆ คนอาจเป็นกันนะครับ เรารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ณ เวลานี้ ยกตัวอย่างเช่น การทำงาน หลาย ๆ คนอาจรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราไม่มีความสุขที่จะทำ แต่เราก็ไม่กล้าจะเปลี่ยนไปทำสิ่งใหม่ๆ เป็นเพราะความกลัว จริง ๆ แล้วความกลัวก็เป็นเรื่องของอารมณ์ครับ และบ่อยครั้งที่อารมณ์ก็เอาชนะเหตุผล สาเหตุที่อารมณ์เอาชนะเหตุผลก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในชีวิตเรานะครั้ง ผมเคยอาจเจอว่า การที่เรามีอารมณ์มาเกี่ยวด้วยเวลาทำอะไร เพราะเพื่อจะลดการใช้สมองเราคือบางเรื่องเราก็สามารถทำได้โดยความรู้สึกโดยไม่ต้องมานั่งคิดจะทำอย่างไร เช่น การขับรถยนต์ ช่วงแรกสมองอาจจะใช้ระบบเหตุผลว่าควรเหยียบอะไร มือควรหมุนพวงมาลัยไปเท่าไร แต่พอขับได้เราแทบไม่ต้องคิดเลยครับ ทำเองโดยอัตโนมัติโดยใช้ระบบอารมณ์เข้ามาทำงานแทน

เราควรจะสร้างสมดุลความกลัวด้วยเหตุผลครับ หากเราคำนวณดูแล้ว เราพบว่าสิ่งที่เราทำสามารถทำได้ และเหตุผลที่ดีก็ลองทำดูได้ครับ หากเรากลัวเช่น การลงมือทำธุรกิจใหม่ๆ เราก็ไม่จำเป็นจะต้องลาออกจากงานมาทำก็ได้ครับ ใช้วิธีทำควบคู่กันไป หลายๆต่อหลายคน เมื่อลองทำธุรกิจส่วนตัวไปสักพัก อาจจะไม่ได้ต้องการที่จะลาออกจากเงินก็ได้ครับ แต่ทำไปพร้อม ๆ กันหลาย ๆ งาน และชีวิตก็มีความสุขเพิ่มขึ้นครับ

ลองใช้เหตุผลมาชนะความกลัวนะครับ หากเราเอาชนะความกลัวความเสี่ยงได้ เราก็จะแข็งแกร่งขึ้นครับ

ข้อ 7 ไม่ยึดติดอยู่กับอดีต

อดีตก็คือสิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้ครับ เรามีแต่ทำปัจจุบันให้ดี เพื่อให้อนาคตดีเท่าที่เราจะทำได้ครับ การยึดติดอดีตมีผลเสียอย่างไร

  • ถ้าอยู่กับอดีต เราก็จะไม่มีเวลาให้นึกถึงปัจจุบันและอนาคต
  • อดีตจะมายุ่งกับการตัดสินใจในปัจจุบันของเรา
  • อยู่กับอดีตไม่ได้แก้ไขอะไร
  • การอยู่ในอดีตอาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ สุขภาพเสียได้

สิ่งที่เราควรทำเพื่อให้ move on ได้ คือยอมรับว่าอดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ และยอมให้อภัยกับตัวเอง หรือคนอื่นที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นๆ ในอดีต ผมมีเรื่องอยากเล่าเรื่องหนึ่งนึงครับ อ่านสนุกๆครับ
.
มีเศรษฐีคนหนึ่ง มีสมบัติมาก และเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคน แต่ก็มีความแอบยึดติดกับสิ่งที่ตนหามาได้ไม่อยากสูญเสียไป สั่งเสียว่าถ้าตัวเองตายให้เอาดินในที่มาใส่มือตนเพราะอยากเอาติดตัวไปยังอีกภพหนึ่งด้วย และเมื่อความตายมาถึง ลูกๆ ก็เอาดินมาใส่ไว้ในมือก่อนตาย แต่ด้วยความที่เขาทำความดีไว้เยอะ เลยได้ไปขึ้นสวรรค์พร้อมกับมือยังกำดินเอาไว้ เมื่อไปถึงประตูสรรค์เทพหน้าประตูบอกว่า นี้คือภพใหม่ ถ้าเจ้าอยากจะผ่านประตูนี้ ต้องเอาของเดิมทิ้งไปซะ แต่ด้วยเศรษฐียังคงมีความอาลัย อาวรณ์ กับอดีตก็ไม่ยอดปล่อยดินที่มือทิ้งไป เมื่อทิวาในสรรค์ผ่านไปหลายค่ำคืน ซึ่งเทียบกับเวลามนุษย์หลายสิบปี จนลูกหลานได้ทยอยตาย และขึ้นมาบนสรรค์ ลูกทักทายพ่อ หลานทักทายปู่ บอกว่ามายืนรอทำไม พวกตนขอผ่านประตูสรรค์ไปก่อนนะ และด้วยความที่คิดถึงลูกหลานเลยปล่อยดินที่มือ แล้วไปโอบกอดลูกหลานของเขา เมื่อดินหลุดจากมือ ประตูสรรค์ได้เปิดขึ้น สิ่งที่เขาเห็นพบว่าเป็นสิ่งที่เขามีอยู่แล้วบนโลก เป็นเพราะผลบุญของเขาเลยได้สร้างสถานที่นี้ขึ้นมา แล้วเขาก็เดินก้าวผ่านประตูพร้อมลูกหลาน ไปสู่สวรรค์อันแท้จริง

เรื่องนี้เล่าสนุกๆครับ แต่จริงๆแล้ว เพียงแต่ให้ข้อคิดว่า สิ่งที่อยู่หน้าเราปัจจุบันอาจเป็นสิ่งที่เรากำลังรออยู่ หรือกำลังรอให้เราสร้างอยู่ เพียงแต่เราอย่าไปยึดกับสิ่งที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ให้สิ่งที่ผ่านมาถือว่าเป็นประสบการณ์ของชีวิต

ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.