ทำไมเวลาอกหักแล้ว เจ็บแปลบที่หน้าอก!!
เชื่อว่าหลายคนที่กำลังอ่าน คงเคยพอมีประสบการณ์อกหัก (broken heart) กันมาบ้าง แต่อาจมีบางคนอาจจะบอกว่าไม่เคย เพราะเคยแต่ไปหักอกเขาอย่างเดียว หรือไม่ก็ไม่เคยมีความฮัก(ความรัก) เลยไม่รู้ว่าอกหักเป็นอย่างไร…
อาการอกหักเป็นเหมือนกันทุกคนไหมลองอ่านเช็คอาการดู คือมันจะรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ที่หน้าอก ประกอบกับอาจจะกินไม่ได้ นอนไม่หลับกระสับกระส่าย เป็นอาการเฉพาะตัวแบ่งให้คนอื่นเป็นด้วยไม่ได้ ต่อให้เพื่อนรักมาปลอบเราอย่างไรก็คงไม่เอาความรู้สึกนี้ไปจากเราได้ แต่เราเคยคิดกันไหมครับ ว่าทำไมเขาก็อยู่ส่วนของเขา ไม่ได้เอาไม้มาทุบที่หน้าอกเรา เราก็ไม่ไปเดินไปกระแทกกับอะไร แล้วทำไมเจ็บที่หน้าอกขึ้นมาได้ ทั้งๆที่ทุกอย่างเกิดขึ้นที่ความคิดเรา เกิดที่สมองคิดของมันเอง อืมหรือว่าเป็นที่สมองของเรา
จากการที่ได้มีการวิจัยศึกษาด้านสมอง เราพบว่าจริงๆแล้ว ความรู้สึกทุกอย่างก็เกิดในเซลล์สมองเรานี้แหละครับ สมองเราแต่ละส่วนจะมีการทำหน้าที่แยกแตกต่างกัน จะมีสมองส่วนที่รับภาพ สมองคิด สมองส่วนที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหว สมองส่วนที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดทางร่างกาย และอื่นๆอีกมากมาย
การที่เรารู้สึกเจ็บปวดทางร่างกายก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เช่นเมื่อเราเดินไปเตะโต๊ะ (โต๊ะบอกฉันก็อยู่ดีๆ แต่เธอมาเตะฉันเอง) เราจะรู้สึกเจ็บ ถ้าเตะแรงมากหน่อย เวลาจับตรงที่เจ็บหรือเวลาเดินแล้วลงน้ำหนัก เราจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที ที่เป็นแบบนี้เพราะร่างกายเตือนให้เราไม่ให้ไปโดนส่วนที่บาดเจ็บเพิ่ม หรือไปกระแทกอะไรซ้ำจนบาดเจ็บเพิ่มขึ้น และเมื่อร่างกายรักษาตัวเองดีแล้วเราก็จะสามารถใช้งานได้ปกติ
อ้าว!!! แล้วเกี่ยวอะไรกับเตะโต๊ะละ เราก็ไม่ได้เอาหัวใจไปเตะใคร หรือใครมากระโดดเตะใส่เราแล้วทำไมเราถึงรู้สึกเจ็บปวดละ ส่วนนี้เราต้องมีเข้าใจการทำงานของเซลล์สมองครับ
สมองของเรานอกจากจะทำหน้าที่อย่างใด อย่างหนึ่งแล้ว ยังสามารถเพิ่มงานส่วนที่คล้ายๆกันเข้าไปด้วย และเราก็หางานให้เซลล์สมองเราทำเพิ่มด้วย เวลาเราเจ็บปวดทางใจ เซลล์สมองส่วนที่รู้สึกเจ็บปวดทางกายก็เข้ามาทำหน้าที่เจ็บปวดทางใจเพิ่มเข้าไป ดังนั้นเวลาเรารู้สึกเจ็บทางใจ ก็เลยมีผลกับความรู้สึกทางกายด้วยเหมือนกัน ดังนั้นเราอกหักเราก็เลยรู้สึกเจ็บแปลบๆ ปะแล่มๆ ที่ตรงหน้าอก
อ้าวถ้าอย่างนั้นถ้าเรากินยาแก้ปวดจะช่วยได้ไหม อืม.. คำถามนี้น่าคิดครับ
จริงๆ ก็มีการทดลองครับ โดยที่ให้ผู้ทดลองเล่นเกมส์ลิงชิงบอลกัน โดยแรกๆก็เล่นแบบธรรมดาครับ เล่นกันเป็นกลุ่ม สุดท้ายก็โยนเล่นกันเพียงสอง สามคน อย่างสนุกสนาม โดยไม่โยนให้คนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม ทำเป็นเพื่อนๆลืมไปในขณะเล่น เมื่อไม่ได้เล่นคนที่เพื่อนไม่ส่งลูกให้ก็มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เมื่อนำไปสแกนสมองพบว่าสมองส่วนน้อยใจและส่วนที่ไม่ได้รับความเห็นใจ ที่มีชื่อเรียกว่า anterior insula และ anterior cingular cortex ทำงานเพิ่มขึ้น การทดลองนี้ไม่เพียงแต่ใช้เกมส์นะครับ ลองเอารูปแฟนเก่า หรือคนที่เสียชีวิตไปแล้วให้ดู สมองส่วนที่ก็ทำงานเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่เมื่อลองให้กลุ่มทดลองกินยาแก้ปวดสัก 3 สัปดาห์แล้วมาเข้าการทดสอบนี้ใหม่ ปรากฏว่า สมองส่วนนี้ทำงานน้อยกว่าคนไม่ได้กินยา แต่ไม่ได้หมายความว่าให้กินยาแก้ปวดเวลาอกหักนะครับ แค่เพียงบอกว่าเคยมีการทดลองว่ายาแก้ปวดก็มีผลต่อสมองส่วนนี้เหมือนกัน
แต่จริงๆจะดีไหม ถ้าเรามียาแก้อกหัก คือพออกหักแล้วไปหาหมอ บอกหมอว่าขอยาบรรเทาอาการอกหักครับ หรือเราควรจะปล่อยให้เวลารักษาใจเราเอง เพราะเมื่อเวลาผ่านไปสมองเราก็จะเข้าสู่ภาวะปกติ และก็จะมีมุมมองใหม่ๆมากขึ้นกว่าเดิม อันนี้คงต้องแล้วแต่บุคคล หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์อกหักมา แต่ไม่ว่าจะเราเจ็บปวด หรือมีประสบการณ์แย่ๆ ขนาดไหน เราก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไป The show must go on!!! นานจนกว่าเวลาชีวิตของเราจะหมดลง และเป็นบันทึกไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาต่อไป
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง
อ้างอิง จาก หนังสือ 500 ล้านปีของความรัก เล่ม 2 โดย นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา บทที่ 11

0 Comments