โดย SETH STEPHEHS-DAVIDOWITZ
เรียบเรียงโดย ธนกร นำรับพร
ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่เราคิดว่าจะใช่ ก็ไม่ใช่เสมอไป ผมหยิบยกแนวคิดบางอย่างของหนังสือเล่มนี้มาโปรยให้กับเพื่อนๆอ่านกันครับ จริงๆเล่มค่อนข้างหน้า ถ้านำมาทั้งหมดก็คงไม่ไหวเหมือนกัน (ยิ้ม) ถ้าเพื่อนๆอยากรู้อะไรเพิ่มเติมลองหาอ่านได้นะครับ ผมขอเริ่มเลยนะครับ
.
1. ข้อมูลในการสำรวจโดยการกรอกแบบสอบถามมักจะไม่ตรงกับความจริง เพราะบางครั้งเราก็มักไม่อยากบอกข้อเท็จจริงของเราให้อื่นรับรู้เรื่องของเรา อาทิ เงินเดือน พฤติกรรมเกี่ยวกับเซ็กส์ หรืออื่นๆ ที่ระเอียดอ่อนแม้แต่คนข้างๆ เรายังไม่กล้าบอกเลย แต่เราสามารถหาข้อเท็จจริงหรือตัวต้นของคนได้ จากพฤติกรรมในการสืบค้นข้อมูลใน google แล้วเทียบเคียงเป็นข้อมูลขึ้นมา และมักจะแตกต่างกับผลการสำรวจโดยกรอกแบบสอบถามอย่างมาก อย่างเช่นเคยมีแบบสอบถามการใช้ถุงยางอนามัยของผู้หญิงและผู้ชายในอเมริกาปรากฎว่า จำนวนที่บอกว่าใช้ถุงยางในแบบสอบถามสูงกว่าการใช้ถุงยางจริงๆ หลายเท่า โดยเทียบกับการค้นหาข้อมูลใน google เช่นการท้องโดยไม่ใช้ถุงยาง การติดต่อโรคทางเพศ ซึ่งสามารถวิเคราะห์จากจำนวนคนที่ค้นหาแล้วเทียบเป็นตัวเลยการใช้ถุงยางจริงได้
.
2. การที่ข้อมูลที่มากเกินไปก็ยากจะเชื่อว่าอะไรคือข้อเท็จจริง ดังนั้นการแยกข้อมูลส่วนย่อยออกมาจึงสำคัญมาก คนที่วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆต้องเก่งในการแยกแยะข้อมูล
.
3. คนเรามักเชื่อว่าสัญชาตญาตของเรามักจะถูก ซึ่งในบางกรณีก็ใช่ แต่บางกรณีพอมาจับกับข้อมูลอื่นๆ อาจเข้าใจผิดไปคนละเรื่อง แต่ปกติคนเราก็มักจะเข้าข้างความคิดของตนเองว่าถูก เรามักจะพบว่าgoogle มักจะรู้เรื่องเราได้ดีกว่าเราอีก
.
4. คนเรามักจะคิดว่าถ้าชีวิตลำบากตอนต้น เราก็จะมีแรงจูงใจไปสู่ความสำเร็จได้ง่าย (ดังจะเห็นได้จากซีรีย์ต่างๆ ซึ่งดูแล้วสนุกดี ) แต่จากการศึกษาพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักจะมาจากครอบครัวที่มีความมั่นคงด้านต่างๆ โดยอย่างน้อยก็ต้องเป็นคนระดับชั้นกลางที่มีฐานะระดับหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ได้จากการสำรวจนักบาส NBA ที่ประสบความสำเร็จ เพราะการที่มีครอบครัวที่ดี ได้ทำให้นักกีฬามีความมั่นคงทางจิตใจ และช่วยในการพัฒนาความสามารถด้านที่ต้องถนัดได้ดีขึ้น
.
5. เรามักจะเชื่อกันว่าคนสนใจข่าวสารร้ายๆ มากกว่าเรื่องดี แต่ผลวิจัยพบว่าคนมักจะแชร์เรื่องที่ดี มากกว่าเรื่องที่ไม่ดี
.
6. เราอาจจะหาข้อมูลตรงๆ ไม่ได้ แต่ถ้าที่เราใช้วิธีสังเกตโดยไปถ่ายรูปจากสถานที่จริงมาวิเคราะห์ ก็จะทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ เช่น หากเราต้องการสำรวจว่าอาหารที่มีเพียงพอหรือไม่ เช่นแอปเปิ้ล ในขณะที่ข้อมูลทางราชการบอกว่ามีเพียงพอ แต่ข้อเท็จจริงเมื่อเราไปถ่ายรูปที่ร้านค้า อาจเห็นในรูปว่ามีความขาดแคลนเกิดขึ้น แต่เรื่องนี้หลายคนคงพอนึกออก เพราะการแถลงข่าว กับภาพที่เกิดขึ้นจริงก็มักมีความขัดแย้งกัน และเรามักเชื่อภาพที่เห็นมากกว่าข้อมูลตัวเลข
.
ข้อต่อไปขอต่อใน post หน้านะครับ
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments