ไอน์สไตน์ หลุมดำและบิกแบง
หนังสือโดย ศ.ดร.ไพรัช รัชยพงษ์
เล่มนี้มิใช้เพียงประวัติของไอน์สไตน์ แต่เป็นประวัติการกำเนิดจักรวาล ตอนแรกผมก็เข้าใจว่าจะเน้นแต่ประวัติของอัจฉริยะของโลกเพียงคนเดียว ปรากฏว่ามีหลายๆคนที่ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เกิดกับโลก กับระบบสุริยะ กับทางช้างเผือก กับกาแลคซี่ และจักรวาล มีความชัดเจนมากขึ้น
.
เล่มนี้ย้อนไปตั้งแต่แนวคิดเรื่องกรอบของเวลาของ กาลิเลโอ ซึ่งถือว่าเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ยุคใหม่เลยครับ ผมเคยอ่านประวัติกาลิเลโอ ถ้าไม่อาจหาญและยอมรับการตัดสินของคริสตจักรสมัยนั้น ว่าโลกเป็นจุดศูนย์กลางจักรวาล และวัตถุไม่ว่าจะหนักต่างกันเท่าใดก็ตกถึงพื้นพร้อมๆ กัน (ผมมี Link คลิปการทดลองการตกของขนนกและลูกเล็กไว้ด้านล่างครับ) และยอมที่จะโดนกักขังตลอดชีวิต ก็คงไม่กล้าส่งถ่ายความรู้ออกมานอกประเทศ และหลังจากตายลงไม่นาน เซอร์ ไอแซคนิวตัน ก็ถือกำเนิด และนำความรู้ของ กาลิเลโอมาพัฒนาเป็นกฎ 3 ข้อให้เราเรียนสมัยมัธยม ถ้าจำกันได้ และหลายคนบ่นว่าไม่น่ามีแอปเปิ้ลตกใส่หัวเลย น่าจะเป็นทุเรียน 😁😁 แต่นั้นถ้าไม่ใช้เพราะ ท่านเซอร์ฯ คิดกฎเหล่านี้ เราก็อาจจะไม่มีตึกสูง สะพานข้ามแม่น้ำที่ยาว และอาจจะต้องขี่ควายไปไหนๆ แทนรถยนต์ติดแอร์ที่ทำให้เราสะดวกสบายทุกวันนี้
.
จวบจนมาถึงยุคของไอน์สไตน์ ที่คิดสมการความสำพันธ์ระหว่างพลังงานกับมวล และกำเนิดเป็นพลังงานนิวเคลียส อย่างไรก็ตามไอน์ไตน์ก็มิใช่เป็นผู้คิดค้นระเบิดที่ทำลายคนครั้งใหญ่ แต่ได้มีคนนำทฤษฎีนี้ไปพัฒนาต่อ นอกเหนือจากที่เราจดจำเกี่ยวกับลูกระเบิดนั้นแล้ว ทฤษฎีสัมพันธภาพที่ถูกไอน์สไตน์ค้นพบ ทำให้เรารู้ว่า แรงดึงดูดระหว่างมวลไม่ได้เป็นไปตามกฎของนิวตัน แต่เป็นผลของบิดเบี้ยวของปริภูมิ-เวลา ที่เกิดจากความหนาแน่นของมวล โดยเมื่อเรานำนาฬิกาเรือนหนึ่งไว้ที่พื้นห้องและอีกเรือนไว้ที่เพดาน จะทำให้เวลาทั้งสองเรือนเดินไม่เท่ากัน แต่เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลกไม่มากเราจึงไม่เห็นความแตกต่าง จำเป็นต้องไปใช้ที่มีความแตกต่างของแรงโน้มถ่วงมากๆ และทำให้เวลาเดินแตกต่างกัน (ตอนนี้เราสามารถวัดเวลาบนดวงอาทิตย์จะช้ากว่าโลก64 วินาทีต่อปี) อย่างไรก็ตามจากการคำนวณทำให้เราสามารถรู้ว่า แสงเมื่อเดินทางผ่านดวงอาทิตย์ จะสามารถเลี้ยวเบนได้เพราะแรงดึงดูด ทั้งนี้ได้มีการทดลองจนพบว่าผลเป็นจริงตามที่ไอน์สไตน์ได้คำนวณไว้ และส่งผลให้เขามีชื่อเสียงก้องโลกจนถึงทุกวันนี้
.
นอกจากนั้นแล้วหนังสือยังเล่าถึงนักวิทยาศาสตร์หลายๆคน ที่ทำให้เราทราบการเกิดของจักรวาล และ อะไรคือหลุมดำ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบันที่ทำให้เราตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้
.
เราอาจคิดว่าเรื่องนี้ไกลตัว แต่อย่าลืมว่าเรื่องการคิดค้นสมการของ “แมกซ์เวลล์” เกี่ยวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเมื่อ 150 ปีก่อน ซึ่งก็ไม่น่ามีประโยชน์อะไรในสมัยนั้น ก็ทำให้เรามีมือถือ มีอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิด facebook IG twitter ซื้อขายและบริการออนไลน์ในปัจจุบัน ถ้าสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้เจอและนำไปประยุกต์ใช้ โลกคงมีอะไรสนุกๆอีกเยอะให้เราตื่นตาตื่นใจกัน
.
ส่วนตัวผมนอกจากวิทยาศาสตร์แล้ว บางสิ่งที่แฝงไว้ในการเล่าจากหนังสือเป็นเกร็ดที่น่ารู้เช่นกัน
- COVID โรคระบาดที่เราเจอกันตอนนี้ไม่ใช้สิ่งแปลกใหม่ครับ สมัยไอแซคนิวตันเรียนจบและจะไปเป็นอาจาย์มหาวิทยาลัย ก็ต้องหยุดงานไปปีครึ่ง เพราะเกิดโรคระบาดเกิดขึ้นเหมือนกับเราตอนนี้ อ่านแล้วค่อยรู้สึกว่าที่เราเจอไม่ใช่เรื่องผิดปกติของโลก
. - เราอาจจะเคยได้ยินชื่อ ฮับเบิล นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบการขยายตัวของจักรวาล และได้ใช้ชื่อนี้ตั้งเป็นชื่อกล้องดูดาวที่ลอยอยู่นอกโลก แต่จริงๆแล้วเขามีผู้ช่วยอีกคนชื่อ “เฮาเมสัน” ที่เป็นกำลังสำคัญในการสำรวจครั้งนี้โดย โดยเฮาเมสันนั้นเริ่มอาชีพมาจาก ภารโรง ของสถานีดูดาว และค่อยๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์พัฒนาตนเองเลื่อนมาเป็นผู้ช่วย ของนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล นี้คืออีกเรื่องที่ผมทึ่งครับ
.
เล่มนี้ถึงแม้จะมีเอ่ยถึงการคำนวณน้อยมากๆ เพราะคงไม่ต้องการให้ผู้อ่านเหนื่อยล้ากับ สูตรต่างๆ แต่ยังจำเป็นต้องมีความเข้าใจหลักฟิสิกส์ระดับหนึ่ง คนที่มีพื้นฐานระดับมัธยมขึ้นไปก็น่าจะพออ่านเข้าใจได้ แต่อาจจะต้องอ่านไปคิดไปเหมือนกันครับ
.
แต่อย่างไรยังแนะนำให้อ่านครับเพราะสนุกมาก ผมก็ไม่ได้อ่านทีเดียวจนจบ แต่ก็ทำความเข้าใจไปเรื่อยๆครับ
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง
.
คลิปการตกของลูกเหล็ก และ ขนนกครับ https://www.youtube.com/watch?v=z12T5WxKwzo

0 Comments