Review หนังสือจากจักรพรรดิสู่สามัญ ตอนที่ 2
(การศึกษาของจักรพรรดิ)
โดย อั้ยชิง เจี่ยวหรอ ฟู่อี้ (หรือปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน)
.
วันนี้ขอเล่าต่อเกี่ยวกับการศึกษาของ ฟู่อี้ นะครับ
.
การศึกษาของ ฟู่อี้ เริ่มที่วัย 5 ปี ได้มีการเลือกพระอาจารย์ซึ่งเป็นชาวจีนมาสอนเพียงคนเดียวก่อน โดยภายหลังได้มีพระอาจารย์ชาวจีนเพิ่มเป็น 3 คน เรื่องที่เรียนก็จะเกี่ยวกับประวัติประเทศจีน วรรณกรรมของประเทศจีน โดยไม่ได้เรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวกับโลกภายนอกมากนัก ถึงแม้ตอนนั้นจะมีการเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐแล้วก็ตาม แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ไม่ได้สนใจเรื่องเรียนมากแต่ประการใดนึกอยากจะไม่เรียนก็จะบอกให้พระอาจารย์หยุดพักผ่อน พออายุได้ 8 ปี พระอาจารย์เลยแก้ไขปัญหาความไม่ตั้งใจเรียนโดยได้พาลูกพี่ ลูกน้อง และหลานอา มาเรียนเพิ่มด้วยอีก 3 คนเพื่อให้เกิดความสนใจเรียนมากขึ้น โดยนักเรียนที่มาเรียนได้ด้วยจะได้ค่าเรียนเดือนละ 80 ตำลึง และนับเป็นเกียรติที่ได้มาเรียนกับองค์จักรพรรดิน้อย จนกระทั่งอายุได้ประมาณ 10 ปี ฟู่อี้ เริ่มมีความคิดได้ว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญต่อการเป็นองค์จักรพรรดิ
.
พออายุ 13 ปี พระบิดาได้ให้ พระอาจารย์จอห์นสตัน ชาวอังกฤษ มาเป็นเสริมอีกคน ซึ่งนอกจากจะสอนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษแล้ว ยังได้นำความรู้เกี่ยวกับโลกภายนอก ความรู้ของโลกตะวันตก มาเล่าให้ฟัง และช่วงนี้เอง ฟู่อี้ ได้มีโอกาสเห็นความเจริญของโลกตะวันตกผ่านรูปภาพที่พระอาจาย์ชาวอังกฤษนี้นำมาให้ดู ครั้งหนึ่งได้นำวารสารต่างประเทศซึ่งเป็นไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 มาให้ดู ทำให้ได้เห็น รูปรถถัง ปืนใหญ่ และเครื่องบินของกองทัพสัมพันธมิตร ซึ่งฟู่อี้ได้มีความตื่นเต้นมาก
.
พออายุได้ 14 ปี ก็เริ่มมีอยากแต่งตัวแบบพระอาจาย์ชาวตะวันตกมั่ง ก็ได้สั่งให้ขันทีไปซื้อชุดสูทมาให้ใส่ ปรากฎว่าขนาดไม่เข้าไม่เข้ากับตัวดูรุ่มราม จนพระอาจารย์ต้องให้ช่างตัดชุดสูทเข้ามาตัดชุดให้เหมาะสมกับขนาดของตน
.
พระอาจารย์คนนี้ส่งผลต่อความคิดต่อ ฟู่อี้ มาก เคยนำวงดนตรีทหารของกองทัพอังกฤษมาเล่นบรรเลงในวัง ซึ่ง ฟู่อี้ รู้สึกชอบมาก จนมีความรู้สึกว่าดนตรีจีนที่บรรเลงในงานพิธีเก่าแก่ต่างๆ ช่างไม่น่าประทับใจเอาเลย และเพียงคำพูดของพระอาจารย์ชาวตะวันตกนี้ที่พูดว่า “หางเปียของคนจีนของคนจีนนั้นดูเหมือนกับหางหมู” นั้นก็ทำให้ ฟู่อี้ ตัดหางเปียของตนเองทิ้ง ทำให้เจ้าจอมชั้นสูงถึงกับร้องไห้ พระอาจารย์ชาวจีนทำหน้าบึ้งใส่ไม่ยอมพูดคุยด้วยไปหลายวัน
.
พระอาจารย์ชาวอังกฤษคนนี้ ได้เล่าหลายๆเรื่อง นอกเหนือจากหลักสูตรที่เรียน ทั้งเรื่องบรรดาเชื้อพระวงศ์อังกฤษ การเมืองของประเทศมหาอำนาจต่างๆ หลังสงครามโลก สหราชอาณาจักรที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน สงครามการเมืองในประเทศจีน (จักรพรรดิจีนยังไม่เคยรู้เลย) และการเดินขบวน ( หมายถึงวันที่ 4 พฤษาคม 1919 เป็นการเดินขบวนของนักศึกษาจีน) และความสัมพันธ์ของประเทศจีนกับวัฒนธรรมตะวันตก รวมทั้งยังได้พูดถึงโอกาสของการฟื้นฟูระบบจักรพรรดิและสอนไม่ให้ไว้ใจบรรดาขุนศึกทั้งหลายด้วย
.
และอาจารย์คนนี้เองก็เป็นชักชวนให้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ส่วน ฟู่อี้ จะได้ไปเรียนต่อหรือไม่นั้น ผมจะนำมาเล่าในตอนต่อๆไปนะครับ
.
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments