Review หนังสือจากจักรพรรดิสู่สามัญ ตอนที่ 4

สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

โดย อั้ยชิง เจี่ยวหรอ ฟู่อี้ (หรือปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีน)
📍ต้องออกจากพระราชวัง……
.
วันที่ 5 พฤศจิกายน 1924 วันธรรมดาขณะที่ ฟู่อี้ กำลังนั่งกินผลไม้อยู่ในตำหนักอยู่นั้น ได้มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รีบวิ่งมาแจ้งว่า ผ้แทนของกองทัพชาติ ได้เข้ามาเชิญ ฟู่อี้ออกจาก พระราชฐานชั้นใน (ตอนนั้นจีนยังคงเป็นระบบสาธารณรัฐ) พร้อมทั้งแจ้งว่า รัฐบาลสาธารณรัฐได้ แก้กฎหมายอภิสิทธิเชื้อพระวงศ์ โดยให้ยกเลิกพระราชทินนามซวนถ่ง และมีสิทธิ์และศักดิ์เทียบเท่ากับสามัญชนโดยทั่วไป แต่ยังคงมีสิทธิในทรัพย์ส่วนตัว ส่วนสมบัติสาธารณะอื่นๆ ตกเป็นของรัฐบาลสาธารณรัฐ และให้ได้ย้ายออกจากพระราชวังไปอยู่ในคฤหาสน์อุดรด้านนอกแทน ต่อมาฟู่อี้ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่สถานกงสุลญี่ปุ่น ตามคำเชิญของทาง ญี่ปุ่น ที่ได้เชิญไป
.
การได้อยู่สถานกงสุลญี่ปุ่น ฟู่อี้ได้รับการดูแลเหมือนจักรพรรดิเหมือนเดิม ซึ่งมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย การได้พบปะผู้คนต่างๆจากหลายๆ ประเทศ และได้ย้ายสถานที่อยู่อีกหลายครั้ง และสุดท้ายญี่ปุ่นได้เชิญ ฟู่อี้ไปเป็นสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งตอนนั้นญี่ปุ่นได้ทำการยึดครองไว้เนื่องจากจีนเองก็ไม่สามารถต่อสู้กับญี่ปุ่นได้ ญี่ปุ่นได้เอาพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือนี้ตั้งเป็น ประเทศแมนจูกัว ซึ่งแยกออกมาจากประเทศจีนเลยครับ ตอนนั้น ฟู่อี้ได้ถูกเชิญให้รับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของประเทศแมนจูกัว แต่ก็เป็นเพียงรัฐบาลหุ่นเชิด ต้องทำตามคำสั่งของรัฐบาลญี่ปุ่นตลอด ฟู่อี้ได้กล่าวถึงความอึดอัดใจที่ ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ญี่ปุ่นก็ได้ให้คำสัญญาว่าจะช่วยกอบกู้ระบบจักรพรรดิในจีนกลับมา นั้นเป็นสิ่งที่ ฟู่อี้ เองก็ต้องการ
.
ในแมนนูกัว ซึ่งผู้ปกครองที่แท้จริงคือญี่ปุ่น ได้มีการกดขี่ประชาชน มีการส่งออกอาหาร เหล็ก แร่ธาตุ และสิ่งต่างๆ กลับไปยังประเทศญี่ปุ่น มีการจัดตั้งค่ายทหารซึ่งได้นำเชลยมาเป็นหนูทดลองหลากหลาย วิธี เช่น การถลกหนังคนทั้งเป็น การทดลองฉีดเชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย เพื่อดูผลการทดลอง ถ้าไม่ตายก็จะฉีดซ้ำไป จนในที่สุดก็ต้องตาย บางก็ชำแหละคนเป็นๆ เหมือนกับที่ทดลองกับกบ เป็นต้น
.
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นก็แพ้สงครามดังที่เรารู้กันอยู่ ฟู่อี้เองก็พยายามหนีออกจากประเทศแมนจูกัว ไปยังประเทศญี่ปุ่น ในขณะนั่งรอเครื่องบินมารับที่สนามบินอยู่นั้น ได้มีเครื่องบินของโซเวียตร่อนลง และมีทหารที่มีอาวุธครบมือเข้ามายึดสนามบิน พร้อมทั้งควบคุมตัว ฟู่อี้ ขึ้นเครื่องบินไปยังโซเวียต
.
การอยู่ในประเทศโซเวียต ก็ยังคงได้รับการดูแลดีพอสมควร แต่ก็ถูกจำกัดสิทธิหลายๆอย่าง ตอนนั้น คนรอบตัวทั้งญาติ รัฐมนตรีหุ่นเชิดที่เคยร่วมรัฐบาลสมัยแมนจูกัวได้มีการเปลี่ยนการแสดงท่าทางไป จากเดิมที่ได้รับการดูแลแบบจักรพรรดิ หลายๆคน ก็ปฎิบัติกับเขาเหมือนกับคนทั่วๆไป และหลังจากอยู่ในโซเวียตประมาณ 5 ปี ฟู่อี้ได้ถูกส่งกลับไปยังจีนอีกครั้ง โดยจีนตอนนี้ได้เปลี่ยนการปกครองเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยพรรคคอมมิวนิสต์ นำโดยเหมาเจ๋อตง ส่วนพรรคก๊กมินตั๋ง ที่เคยปกครองจีนอยู่เดิม ต้องล่าถอยไปยังเกาะไต้หวัน
.
ความพีคอยู่ตรงที่ต่อจากนี้ครับ เนื่องจาก ฟู่อี้ ซึ่งเดิมเป็นถึงองค์จักรพรรดิ แต่เมื่อกลับมาจีน ทางจีนได้ให้เข้าอบรม ศึกษา ลักธิคอมมิวนิสต์ และทำให้เปลี่ยนความคิดของคนที่เคยเป็นจักรพรรดิ ให้กลายเป็นคนธรรมดาที่จงรักภักดีต่อลักธิคอมมิวนิสต์ ผมอ่านส่วนท้ายของเล่มนี้ ยังทึ้งกับการทำให้คนๆ หนึ่งเปลี่ยนพื้นฐานความคิดที่เคยปลูกฝังมาแต่เด็กที่ต้องโตเป็นจักรพรรดิให้กลายเป็นคนธรรมดาได้เลยจริงหรือ เดี๋ยวมาเล่าต่อตอนหน้านะครับ
.
ขอบคุณ คุณหน่อง จากร้าน ซีเจ ดิจิตอล นครปฐม สาขาหลังเวล https://www.facebook.com/CJDigital2004/
ที่ให้ยืมหนังสือเล่มนี้มานะครับ ร้านนี้อัดรูป ทำกรอบรูปสวยมาก งานแต่งผมก็ใช้บริการร้านนี้ สามารถติดต่อสอบถามส่ง file และส่งงานให้ทางไปรษณีย์ได้ครับ

ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.