“ธารณ์ เธอเป็นอย่างไรบ้าง” เสียงเรียกอย่างห่วงใยของเมย์ “
“ฮืม” ธารณ์ พ่นหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน “เหมือนทุกครั้งแหละ แค่ว่าวันนี้ผมเพลียๆ กว่าครั้งก่อน การให้ ครีโม เข้าไปในร่างกาย ก็มีผลแบบนี้ทุกครั้งอยู่แล้ว”
“ฉันเห็น ธารณ์ เป็นอย่างนี้แล้วรู้สึกไม่ดีเลย เมื่อไรเรื่องบ้าๆ นี้จะจบสักทีนะ “
“เมย์ อยากให้จบจริงๆ หรือ เมย์ก็รู้ว่าถ้าทุกอย่างจบ หมายถึงวันที่เราสองคนต้อง … “
“ขอโทษนะ ธารณ์ที่ฉันพูดสะดุดใจแบบนี้ แต่ฉันเห็นธารณ์อาการแย่ขึ้นทุกๆวัน ฉันไม่อยากให้เธอทรมาน แต่ฉันก็รู้ว่านี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้”
“เมย์ยังจำได้ปะ ตอนที่เราเจอกันที่มหาวิทยาลัย”
“ทำไมธารณ์ ชอบพูดถึงตอนนั้นนะ”
ฉากมหาวิทยาลัยย้อนไป 10 ปีก่อนเมย์เรียนอยู่คณะอักษรศาสตร์ อาคารหลังสีชมพู่ เมย์เรียนเอกภาษาสเปน วันหนึ่งในระหว่างพักกินข้าวเธอได้เหลือบไปเห็น หนุ่มคณะวิทย์สูงใหญ่ และหน้าตาก็ไม่ได้ดูเป็นพวกเด็กเนิร์ต ดูรูปร่างท่าทางไปทางเกี่ยวกับคณะพละมากกว่า เธอสังเกตว่า หนุ่มคนนั้น เหลือบมองเธออยู่บ่อยครั้ง แต่เธอทำเป็นไม่มอง
“คนอะไร ได้แต่มอง เมื่อไรจะเข้ามาคุยกับเรา เห็นมองมาสองอาทิตย์กว่าละ” และก้มหน้า จิ้มไก่ทอดของโปรดกิน
“สวัสดี เราชื่อ ธารณ์ นะ เราเห็นเธอมาหลายวัน และส่องใน IG เธอด้วย พอดี IG เธอเด๋งขึ้นมาจากที่เธอเป็นเพื่อนกับเพื่อนเรา”
เมย์เหลือบมองด้วยความตกใจ ไม่มั่นใจว่า เมื่อกี้แค่คิด หรือเผลอบ่นออกมา และไม่คิดว่าเขาเข้ามาคุยประชิดตัวแบบนี้
“เออ… เราชื่อเมย์ ยินดีที่ได้รู้จัก”
และนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ที่ทำให้สองคนแลก line กัน รู้จักกัน สานสัมพันธ์กัน เป็นแฟนกัน และอยู่ด้วยกัน
กลับมา ณ ปัจจุบัน
“เมย์ก็รู้ว่าเวลา ที่เราสองคนจะอยู่ได้คงอีกไม่นาน”
“ธารณ์ หยุดพูดเรื่องนี้ เถอะ”
หลังจากนั้น 1 ปีเมย์นั่งในห้องคนเดียว มองรูปคู่ของเธอและธารณ์ รูปแรกที่ถ่ายคู่กัน โดยโอ๋ เพื่อนร่วมคณะของเมย์ ถ่ายให้ บอกว่าต่อไปรูปนี้จะมีคุณค่าทางใจนะ
“คุณค่า ทางใจที่ไหน ทำให้เรารู้สึกเจ็บนะซิ ตอนนี้เราอยู่คนเดียว กินข้าวคนเดียว ยิ่งมองแล้วเห็นรูปคู่ แล้ว….” เมย์คิดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก ตั้งแต่วันที่ ธารณ์คบกับเธอ ไม่เคยมีวันไหนที่ห่างกันเลย อาจด้วยคณะ ที่ทั้งสองเรียนเป็นอาคารที่ติดกัน ทำให้เจอกันแทบทุกกลางวัน แต่ถ้าวันไหนที่ไม่เจอกันตอนเที่ยง ธารณ์ก็มาหาเธอช่วงเย็น หลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ตกลงย้ายมาอยู่ด้วยกันโดยยังไม่ได้แต่งงาน ถึงแม้ทั้งสองคนจะทำงานแตกต่างกัน คนละออฟฟิศ แต่ก็ใช้ชีวิตไม่แตกต่างจากสมัยที่เรียน เพราะยังเจอกันทุกเย็น และตื่นนอน
….“กริ๊ง….” เสียงโทรศัพท์รุ่นเก่าที่ตั้งไว้เป็นเสียงเรียกเข้ามือถือ
“ เมย์ เป็นไงบ้าง” เสียงโอ๋ ดังมาด้วยความห่วงใย
“ ดีขึ้นยังแก .. ออกมากินข้าวปะ “
“ ฉันดีขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่อยากออกไปไหน”
“มาเจอเพื่อนบ้างดิ เมย์ ไม่ใช้อยู่ในห้อง เอางี้ ฉันกำลังนัดคนอื่นไปกินข้าวข้างนอกอยู่ เดี๋ยวสักพักฉันโทรมา confirm ร้านว่าเจอกันที่ไหน นะ รอสักแป๊บ”
“ โอ๋…” โทรศัพท์ตัดไปละ กำลังจะบอกว่าวันนี้จะไม่ไปไหน ยังไม่ทันพูดอะไรเพื่อโอ๋ก็วางสาย.เมย์กลับมามองรูปคู่ ร้องไห้ … เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง
“กริ๊ง….” เมย์กำลังน้ำตาซึมไม่อยากออกไปไหน กดรับมือถือเพื่อจะบอกปฎิเสธ
“ เมย์ …..” เสียงผู้ชาย…..
“ตอนนี้ ผมใกล้จะถึงดาวอังคารแล้วนะ อีกประมาณ 1 เดือนก็คงจะถึง หลังจากปฎิบัติภารกิจประมาณ 3 เดือน ยานอวกาศก็จะพุ่งตรงกลับโลกทันทีเลย คงใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือน อีกไม่เกิน ปีเราก็เจอกันแล้วนะ”
“ตาบ้า อีกตั้งเกือบปี นี้รวมเวลาที่เธอเดินทางไปก็ร่วมๆ 5 เดือนแล้ว เราไม่เคยจากกันเกิน 24 ชั่วโมงเลยนะ”
“ เมย์ก็รู้ว่านี้คือความฝันของผม ที่ผมต้องทนรับ สาร คีโม อ๊อกติก ก็เพื่อจะได้สามารถเดินทางในอวกาศได้ ไม่อย่างนั้นถ้าคนธรรมดาไม่เตรียมตัว อยู่ในอวกาศแค่สองสามเดือน กล้ามเนื้อก็สลายจากภาวะไร้แรงดึงดูด นี้ผมยังฟิตอยู่เลย เช็คแล้วกล้ามเนื้อไม่สลาย พอไปถึงก็ปฎิบัติภารกิจได้เลย”
“แต่นั้นแหละ เราไม่เคยจากกันหลายวัน”
“แต่ผมก็วีดีโอคอล หาเมย์ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน นะ ตามคำสั่งของหมอ เอ๋ย แฟน… ฮ่าๆ พอจบภารกิจนี้ ผมก็คงไม่มาที่นี้แหละ คิดถึงเมย์เหมือนกัน กลับไปที่โลก คงปฎิบัติงานภาคพื้นอย่างเดียวละ”
“ขอให้เป็นแบบนี้จริงๆ เหอะ ตาบ้า…”
“เดี๋ยวผมไปประชุมกับ ผอ. หน่อยนะ ทางโลกเรียกพวกเราเข้าประชุม เดี๋ยวเวลาก่อนนอนที่โลก ผมจะ call ไปอีกทีนะ”
“ OK แล้วคุยกันนะ”
หน้าจอโทรศัพท์ดับลง..
“กริ๊ง…. .”เสียงโทรศัพท์ดังอีกครั้ง
“ เมย์ ฉันนัดกับเพื่อนๆไว้ที่ร้านเดิมนะ ออกมาได้แล้ว”
“OK เดี๋ยวฉันจะตามไปนะ”
“ธารณ์ call มาแล้วละซิ แหม่ นี้ก็ตามเวลาที่ให้ไว้เลยนะ อารมณ์เปลี่ยนทันทีเลย”
“แหม่ทำเป็นรู้ เดี๋ยวฉันตามไป แค่นี้ก่อนนะ”
หันไปมองรูปคู่อีกครั้ง อีกไม่เกินปี ดร.ธารณ์ ก็จะกลับมายังโลกหลังจากเสร็จภารกิจค้นคว้าบนดาวอังคาร และกลับมาหาแฟนของเขา… เมย์.
ของคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments