SHERYL SANDBERG & ADAM GRANT SHERYL ได้สูญเสียสามีไปกะทันหัน โดยเธอได้เจอสามีเธอนอนเสียชีวิตในห้องฟิตเนส จากไปอย่างกะทันหัน และนั้นทำให้เธอรู้ถึงความเสียใจพร้อมทั้งการที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยต้องเลี้ยงลูกลำพัง พร้อมทั้งได้เขียนหนังสือเล่าประสบการณ์ที่ผ่านเหตุการณ์มาได้ และเมื่อผมอ่านจึงได้แง่คิดที่ดีๆ หลายๆอย่าง จนอยากมาเล่าให้เพื่อนๆ อ่านกันครับ โดยผมขอสรุปเป็นข้อๆ นะครับ
เมื่อคนเราเจอเหตุการณ์ที่เลวร้าย มักจะมี 3 สิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ ( Three P’s can stunt recover)
1.1 Personalization
เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเป็นความผิดของเรา ขอยกตัวอย่างจากผู้เขียนหนังสือเลยนะครับ เมื่อสามีของเธอได้เสียชีวิตลง เธอตำหนิตัวเองว่าไม่ดูแลสามีให้ดี ทำให้ไม่พาไปตรวจสุขภาพเสมอเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน หรือรักษาก่อนที่สามีเธอจะจากไป
เรื่องนี้ผมว่าหลายคนเมื่อเจอสิ่งเลวร้าย ไม่ว่าจะอกหักรักคุด ซึ่งก็มักจะโทษตัวเองว่าทำตัวไม่ดี ทำให้แฟนเบื่อเรา จนทิ้งเราไป หรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจนเกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิต ก็อาจจะโทษตัวเองที่ไม่ระวังเอง เป็นต้น หลายครั้งเหตุการณ์ที่เราไม่ต้องการจะให้เกิดขึ้น มันก็เกิดเพราะว่ามันจะเกิด ผมอาจจะพูดแล้วดูงงครับ ผมหมายถึง คือไม่ว่าเราจะระวังดีขนาดไหนแล้ว ก็สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างโรคภัยไข้เจ็บที่ซ่อนตัวในร่างกายเรา เราไม่มีทางรู้เลยว่าเราเป็นหรือไม่เป็นจนกว่าจะเกิดอาการ อย่างเช่นการเป็นโรคมะเร็ง การตรวจหาโรคอาจจะทำได้ในบางกรณี แต่บางกรณีก็ไม่สามารถตรวจหาได้จนกว่าแสดงอาการ เพราะเราคงไม่มีใครอยู่ที่ดีไปทำ pet scan หรือ MRI ประจำปีหรือหลายปีที เพื่อตรวจหาสิ่งปกติของร่างกาย ต่อให้ที่หมอแนะนำให้มีการส่องกล้องตรวจลำไส้ ก็มีน้อยคนที่จะทำกัน เพราะทั้งค่าใช้จ่าย ไหนทั้งการต้องนัดคิวหมอในการทำ ส่วนใหญ่ไปหาหมอตรวจเจอเมื่อมีอาการ หรือคลำเจอก้อนเนื้อแปลกๆ ซึ่งบางครั้งเรื่องแบบนี้จะบอกว่าแล้วแต่ดวงก็ได้นะ ถึงแม้ว่าเราจะพยายามควบคุมทุกอย่างแล้วก็ตาม แต่อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด ครับ ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองครับ
1.2 Pervasiveness
เราเชื่อว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแล้ว มักจะทำให้ทุกอย่างในชีวิตพัง อย่างในหนังสือเมื่อสามีของผู้เขียนจากไป ผู้เขียนคิดไม่ออกว่าจะดูแลลูกอย่างไร จะสามารถกลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิมไหม แต่ถ้าใครเคยมีเหตุการณ์ที่เลวร้ายผ่านเข้ามาในชีวิต เมื่อเราดำเนินชีวิตต่อไปสักระยะเราจะรู้ว่า the show must go on ชีวิตเราก็จะสามารถดำเนินไปได้ครับ เราสามารถปรับตัวได้ ผมเชื่อว่าถ้าคนที่พอมีอายุระดับหนึ่งและเจอสิ่งต่างๆ มาพอสมควร ก็จะรู้ว่าทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ อาจไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่กับที่ สำหรับคนที่กำลังเจอเหตุการณ์ที่ไม่ดีอยู่ในขณะนี้ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ผมชอบคำสอนของ พระมหาสมปอง (ตอนนั้นยังบวชอยู่) และให้เอามือขึ้นมา แล้วดูที่นิ้วทั้งห้าของเรา และนับนิ้วพร้อมกับพูดตามว่า “ เดี๋ยว – มัน – ก็ – ผ่าน – ไป”
1.3 Permanence
เรามักจะคิดว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น สิ่งนี้จะอยู่ต่อไป จะเลวร้ายต่อไป ซึ่งจริงๆ ถ้าเรามองภาพออกจากตัวเรา เราจะพบว่าจริงๆ แล้วไม่มีอะไรอยู่ต่อไปเรื่อยๆครับ ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง แม้แต่ตัวเราเอง ลองดูที่ผิวหนังเราก็ได้ครับ มันจะหลุดลอกเป็นขี้ไคลออกมาให้เราถูได้ทุกวัน เซลล์ในร่างกายเรา ณ ตอนนี้ กับเมื่อปีที่แล้ว ก็มีการเสื่อมสลายและเกิดใหม่ตลอดเวลา พูดง่ายๆ เมื่อหลายๆปีผ่านไป ร่างกายเรานี้ ก็ไม่เป็นเหมือนเดิมไปแล้ว ดังนั้นไม่มีสิ่งเลวร้ายใดจะอยู่คงทนตลอดไปครับ มันมาแล้ว เดี๋ยว-มัน-ก็-ผ่าน-ไป ขอเน้น!! อีกครั้ง ทุกอย่างคงต้องรอเวลาเพื่อให้ทุกอย่างฟื้นฟูขึ้น
วันนี้ขอจบไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมาเล่าต่อในวันหน้า
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments