สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

หนังสือ PROMISE ME, DAD
โดย JOE BIDEN ว่าที่ประธานาธิบดี สหรัฐ อเมริกา
.
ใกล้ที่ JOE BIDEN ใกล้จะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกา เลยต้องขออ่านหนังสือเกี่ยวกับชีวประวัติของ BIDEN หน่อย จริงๆมีอยู่หลายเล่ม ทั้งที่เป็นคนแต่งเอง และมีคนอื่นแต่งถึงเขา ผมเลยขอเลือกเล่มที่เขาแต่งเองเพราะอยากอ่านความคิดว่าเขามีความคิดอย่างไร ถึงแม้ว่าบางครั้งเราอาจจะบอกว่าเขาคงจะเขียนแต่ส่วนที่ดีของเขา แต่นั้นแหละครับ อารมณ์หนังสือในการแต่งแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน สิ่งที่ผมต้องการคือรับรู้ความคิดและความรู้สึกของเขา อย่างไรก็ตามที่ผมอ่านหนังสือชีวประวัติที่เขียนโดยตนเอง ก็มีหลายเล่มเหมือนกันที่มีมุมส่วนที่ผิดพลาด หรือมุมที่ไม่ดีของเขาด้วยเหมือนกัน คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะนำเล่มอื่นๆ มาเล่าให้อ่านครับ
.
หนังสือ PROMISE ME ,DAD เขียนขึ้นหลังจากที่ BIDEN ได้ลงจากตำแหน่งรองประธานาธิบดี หลังจากประธานาธิบดี Barack Obama พ้นจากตำแหน่ง นอกจากงานการเมืองที่เขาจะต้องรับมืออย่างหนักหน่วงแล้ว ยังมีเรื่องราวในชีวิตที่ต้องเผชิญ
.
JOE BIDEN เดิมเป็นวุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มเป็นวุฒิสมาชิกตั้งแต่อายุ 30 กว่าๆ มีภรรยาและลูก 3 คน ซึ่งมองแล้วน่าจะเป็นคนที่มีความสุขและประสบความสำเร็จคนหนึ่ง แต่ชีวิตก็มักไม่เป็นดังที่หวังเสมอไป เพราะภรรยาและลูกๆของเขาได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนลูกสาวคนเล็กและภรรยา ได้เสียชีวิต และลูกชายสองคนคือ BEAU และ HUNTER ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษา ทำให้เขาต้องตกเป็นพ่อม่ายลูกติด และเลี้ยงดูลูกของเขาทั้งสองโดยตนเอง จนกระทั่งได้แต่งงานอีกครั้งกับ Dr. Jill และมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน
.
เขาได้รู้จัก BARACK OBAMA ตอนที่ OBAMA ได้เป็น วุฒิสภารัฐอิลลินอยส์ และได้เดินเข้ามาขอพบ BIDEN ที่ห้องทำงาน เนื่องจากขณะนั้น BIDEN เป็นวุฒิสมาชิกที่มีความอาวุโส และเป็นมาอย่างยาวนาน ส่วนตัว BIDEN เองก็มีความรู้สึกถูกชะตากับ OBAMA ตั้งแต่พบกัน และทั้งคู่ได้สนิทสนมกัน จนกระทั่งเมื่อ BARACK OBAMA ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และได้ขอให้ BIDEN ลงเป็นรองประธานาธิบดีคู่กัน จนกระทั่ง BARACK ได้ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44
.
สิ่งที่ผมอ่านแล้วไม่น่าเชื่อ แต่ผมเชื่อว่าเป็นความจริง ตอนที่ BIDEN ตัดสินใจที่ลงเป็นรองประธานาธิบดี จะต้องมีการตรวจสอบทรัพย์สิน และเมื่อทำการตรวจสอบแล้วพบว่า ทรัพย์สินที BIDEN มี คือบ้านพักอาศัย รถยนต์ และเงินบำนาญ คือเขาเป็นนักการเมืองอาชีพจริงๆ ไม่ได้ทำธุรกิจอย่างอื่นเลย จน BARACK ยังเอยปากถามเลยว่า “คุณมีเท่านี้จริงๆ หรือ!!!”
.
ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี BARACK ได้มอบหมายงานการต่างประเทศที่สำคัญกับเขา ทั้งเรื่องอิรักที่ต้องจัดการกับ กลุ่ม ISIL ความขัดแย้งที่ตะวันออกกลาง เรื่องที่รัสเซียเข้าไปยึดยูเครน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอื่นๆ คือพออ่านแล้ว อเมริกานี้เข้าไปยุ่งทั่วโลกเลย และในขณะเดียวกัน ลูกชายคนโต BEAU ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอัยการสูงสุดของรัฐเดลาแวร์ ได้ตรวจเจอมะเร็งในสมอง ทำให้ BIDEN เองก็มีความกังวลเกี่ยวกับลูกชายเหมือนกัน แต่เขาก็ทำหน้ารองประธานาธิบดีที่ได้อย่างดี แต่เมื่อมีเวลาว่างก็จะรีบไปเยี่ยมลูกชายคนโตที่ โรงพยาบาลมิได้ขาด เรื่องลูกชายเป็นมะเร็งสมองมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เนื่องจากต้องการปิดข่าวไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ภายหลังก็ได้บอกประธานาธิบดี OBAMA ให้ทราบด้วย
.
ในการทำงานระหว่างBIDEN และ OBAMA ได้มีข้อตกลงร่วมกันสองคนว่า จะต้องทานข้าวเที่ยงด้วยกันอาทิตย์ละครั้งเป็นการส่วนตัว เพื่อจะได้ถกปัญหากันและงานดำเนินต่อไปได้ เพราะบางทีก็มีความขัดแย้งกันเองระหว่างสองคน อย่างไรก็ตามนอกจากจะคุยกันเรื่องงาน แล้ว ก็คุยกันในเรื่องส่วนตัวด้วยเนื่องจากตามที่กล่าวข้างต้นทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันมาก ครั้งหนึ่ง OBAMA ได้ถามเกี่ยวกับอาการของลูกชายที่ป่วยของ BIDEN โดย BIDEN ได้เล่ากับ OBAMA ว่าตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่แต่เนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายที่สูงมากประกอบกับ วาระการเป็นอัยการสูงสุดของลูกชายใกล้จะหมดแล้วซึ่งจะไม่ได้รับสิทธิค่ารักษา BIDEN เลยวางแผนว่าถ้าถึงเวลานั้นคงจะเอาบ้านเข้าธนาคารเพื่อเอาเงินมารักษาลูกชายต่อ (ผมอ่านแล้วยังอึ้งเลย!!! คือระดับรองประธานาธิบดีสหรัฐนี้นะต้องเอาบ้านเข้า BANK แต่ถ้าอ่านในเล่มโดยตลอดจะรู้ว่า BIDEN เป็นนักการเมืองอาชีพ ซึ่งทำงานด้านนี้อย่างเดียว เงินเดือนกับบำนาจคงน่าจะมากพอที่จะอยู่ได้สบายๆ แต่พอเจอค่ารักษาโรคร้ายแรงขนาดนี้ ก็คงเอาเรื่องเหมือนกัน เป็นที่รู้กันว่าค่ารักษาที่ สหรัฐคงมากๆๆๆๆ อยู่) OBAMA ได้ฟังแบบนี้ก็เงียบไปสักพักและลุกขึ้นเดินไปหา BIDEN พร้อมกับตบไหล่แล้วบอกว่า ยู ไม่ต้องเอาบ้านเข้าธนาคารหรอก ไอ มีเงินเดียวเอาที่ ไอ ก่อนก็ได้มีแล้วค่อยคืน … อืม….
.
BIDEN ก็ได้เล่าถึงวิธีการรักษาเทคนิคใหม่ๆ โดยการฉีดเชื้อไวรัสเข้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยตรงเพื่อเป็นการฆ่าเนื้อร้าย ซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ล่าสุดตอนนั้นแต่ก็ยังไม่เคยมีการทดลองจริง คือเป็นคนไข้รายแรกที่ทดลอง แต่อย่างไรก็ตามสุดท้าย ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้และได้ BEAU ลูกชายคนโตได้จากโลกไปเพียงอายุแค่ 46 ปี อย่างไรก็ตามก่อนที่วาระสุดท้ายจะมาถึง เขาก็ได้บอกกับพ่อให้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ต่อจาก OBAMA ซึ่งกำลังจะหมดวาระลง แต่สุดท้ายในวาระนั้น BIDEN ก็ตัดสินใจไม่ชิงตัวแทนพรรคเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และเปิดทางให้ Hillary Clinton ลงแต่อย่างไรก็ตามสุดท้าย TRUM จากพรรค Republican ก็ได้ไป
.
ช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดที่ลูกชายได้จากไป เขาได้เล่าว่า วันหนึ่งในขณะที่เขาได้กินข้าวเย็นกับลูกชาย BEAU ที่บ้านของลูกชาย หลังจากหลานๆ ได้ขึ้นไปบนบ้านแล้ว ลูกชายและลูกสะใภ้ได้มานั่งพร้อมหน้ากัน โดย BEAU ได้บอกพ่อว่า ตนได้เป็นมะเร็ง แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ของให้ พ่อของเขาสัญญากับเขาว่า พ่อจะต้องไม่เป็นอะไร “Give me your word Dad that you’re going to be all right. Promise me ,Dad” และเขาก็ได้ให้สัญญากับลูกชายไว้ ” I promised”
.
แต่อย่างไรก็ดี ในปีหน้า 2021 สหรัฐอเมริกาก็จะมีผู้นำชื่อ “JOE BIDEN”
.
เพิ่มเติมจากความคิดที่ผมได้จากการอ่านเรื่องนี้นะครับ
.

  • หลังจากที่ BIDEN ได้เป็นประธานาธิบดี ผมเชื่อว่าคงมีการให้ทุนการศึกษาวิจัยการรักษาโรคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคมะเร็ง เพราะช่วงที่เขาไปเยี่ยมลูกชายที่ป่วยนั้น ทำให้เขาได้ทราบถึงความติดขัดบางประการในการรักษา เช่น การที่ ร.พ.หนึ่งทำการ MRI SCAN แล้วส่งไปให้อีกทีหนึ่งตรวจสอบทาง ONLINE เลยไม่ได้เพราะติดปัญหาเรื่อง software ที่ไม่ตรงกัน ต้องส่งเป็น CD ไปให้แทน เป็นต้น และในหนังสือเล่มนี้ตัวเขาเองก็ได้แสดงทัศนคติเกี่ยวกับการปรับปรุงการรักษาโรคมะเร็งด้วย
    .
  • การจะลงเลือกตั้งประธานาธิบดีจะต้องใช้เงินทุนเยอะ ขนาดเพียงแค่เป็นลงชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคเอง ก็ต้องใช้เงิน อย่างไรก็ตามอย่าง BIDEN ที่มีเงินไม่มาก แต่ก็มีชื่อเสียงและความสามารถ ถ้าจะลง จะมีทีมการหาเงินสนับสนุนให้ ในช่วงแรกก่อนที่ BARAK จะหมดตำแหน่ง ก็ต้องการให้ BIDEN ลงเพื่อจะได้สานต่อนโยบายที่ได้ทำไว้ พร้อมกับได้ส่งทีม หาเงินสนับสนุน มาช่วย อย่างไรก็ดี BIDEN ก็ได้ปฎิเสธการลงชิงเป็นผู้แทนพรรค อาจเป็นเพราะเวลากระชันชิด และการสูญเสียลูกชายคนโต ที่อ่านดูคือ BIDEN ค่อนข้างจะภูมิใจกับลูกชายคนนี้มาก คงยังทำใจยากเหมือนกัน ถ้าจะต้องชิงผู้แทนพรรคในขณะความรู้สึกอย่างนั้น
    .
  • ในหนังสือได้กล่าว การดำเนินการแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างประเทศไว้เป็นความรู้ดีมากครับ แต่ผมไม่ได้นำมาลงรายละเอียดไว้ ลองหาอ่านต้นฉบับดูนะครับ
    .
    สุดท้ายตอนนี้ BIDEN จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกา
    .
    ขอบคุณที่ติดตามครับ
    เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.