The $100 startup .. เขียนโดย CHRIS GUILLEBEAU
ตอนที่ 1
พอดีผมได้เห็น อ.นภดล podcaster รายการ “nopadol story podcast” review หนังสือเล่มนี้ครับ ประจวบเหมาะกับ amazon ลดราคา ebook พอดี ไหนเลยจะรอช้า กดซื้อทันที และรีบอ่านเลย ไม่ผิดหวังจริงๆ ครับ กับหนังสือที่ อ.นภดลแนะนำครับ ผมขอเลือกมุมมองของผมที่ในเล่มนี้ครับ
.
ผมยังอ่านเล่มนี้ไม่จบนะครับ แต่กลัวว่าถ้ารออ่านจบแล้วมาสรุปไอเดียให้เพื่อนๆ อ่าน มักจะระเหยไปในอากาศ พอดีตอนนี้กำลังตื่นเต้นเลยต้องรีบสรุป จึงต้องทำเป็นตอนๆ ให้เพื่อนๆ ติดตามไปเรื่อยๆนะครับ
.
เล่มนี้เป็นการเล่าถึงการทำธุรกิจจากหลากหลายอาชีพที่บางที ก็เริ่มธุรกิจด้วยความบังเอิญใช่เงินลงทุนไม่มากนัก ผู้แต่งเลยได้รวบรวมประสบการณ์ของนักธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยเงินไม่มากนัก มาเล่าให้ผู้อ่านฟัง ผมขอเริ่ม ณ บัดนี้นะครับ
.
หนังสือเล่มนี้ได้แนะนำเบื้องต้นว่า เราควรเริ่มธุรกิจแบบไหน โดยให้เราเขียนวงกลมสองรูปให้ซ้อนทับกัน ด้านหนึ่งให้เขียน สิ่งที่เราชอบ (passision) และอีกด้านหนึ่งคือ สิ่งที่ผู้อื่นชอบ (What others care about) และเราก็เลือกธุรกิจจากส่วนที่ซ้อนทับกัน (convergence) ของสองสิ่งนั้นครับ ผมทิ้งภาพไว้ใน comment ใต้ post แล้วนะครับ ธุรกิจที่เราเลือกควรเป็นสิ่งที่เราชอบและสามารถช่วยผู้อื่นได้ ถ้าสิ่งที่เราชอบไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ สิ่งนั้นไม่มีประโยชน์ในการทำธุรกิจครับ เช่น ถ้าเราชอบอ่านหนังสือแต่ไม่สร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อผู้อื่น ก็ไม่สามารถทำเป็นธุรกิจได้ จนกว่าเราจะค้นพบว่า การอ่านของเรามีประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างไร เริ่มเข้าแต่ละบทเลยนะครับ
บทที่ 1 Renaissance
แล้วเราจะเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร หนังสือเล่มนี้ตอบง่ายๆ คือเราเพียงต้องการ สินค้าหรือบริการ คนที่จะซื้อ และวิธีที่จะจ่ายเงินให้กับเรา “You just need a product or service , group of people willing to pay for it ,and a way to get paid” บางธุรกิจก็ไม่ได้เริ่มต้นจากความยิ่งใหญ่ เริ่มจากสินค้าธรรมดา โดยเริ่มต้นจากจุดวิบัติของชีวิตก็ว่าได้ ผมขอยกสัก case ที่ได้อ่านในบทนี้นะครับ
.
Michael Hanna ผู้ซึ่งเป็นพนักงานบริษัท ที่มีรายได้ค่อนข้างดี ชีวิตก็ทำงานปกติตามคนที่ทำงานกินเงินเดือน แต่เช้าวันหนึ่ง เจ้านายขอเรียกพบ และแจ้งว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องเชิญคุณออกพร้อมมอบค่าให้ออกจากงาน เขาเก็บของกลับบ้าน ง่าย!!!! จังเลยนะครับชีวิตคนอยู่ดีๆ ตกงาน ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เขารู้สึกหมดหวังไม่รู้จะบอกกับภรรยาเขาอย่างไร เขาพยายามหางานใหม่ทำแต่ไม่สามารถหาได้ จนมีวันหนึ่งเพื่อนได้เสนอให้เขาขายเบาะที่นอน ซึ่งคงเป็นโอกาสเดียวที่เขาจะหารายได้มีเลี้ยงดูครอบครัว แต่แทนที่เขาจะเปิดร้านขายอย่างเดียว เขามีบริการส่งสินค้าให้กับลูกค้าทางจักรยาน โดยจะเพิ่มอุปกรณ์เพิ่มเติมไว้ด้านหลัง สุดท้ายธุรกิจเขาก็ได้รับการเล่าแบบปากต่อปาก จนในที่สุด เขาสามารถขยายกิจการอีกหลายสาขา ใครจะรู้ว่าบางทีที่เราคิดว่าโชคร้ายในวันนี้ อาจเป็นปากทางสู่ความมั่งคังในวันหน้าก็ได้นะครับ
บทที่ 2 Give Them the Fish (ให้ปลาแก่ลูกค้า)
ตอนแรกที่ผมอ่านนึกว่าเข้าใจความหมายผิด ปกติเราจะเคยได้ยินว่า “จงอย่าให้ปลา แต่จงสอนวิธีตกปลา” แต่นั้นไม่ใช้ในวิธีบทนี้ อ้าวถ้านั้นหมายถึงเราควรทำอะไรให้เขาเลยหรือ ช่ายครับ!!! นี้เรากำลังพูดถึงการทำธุรกิจนะครับ อ่านตามมาเดี๋ยวผมยกตัวอย่างให้อ่าน
.
วันหนึ่งถ้าเราไปกินส้มตำที่ร้าน คนรับ order บอกว่าวันนี้เรามีส้มตำสูตรเด็ด ใช้น้ำปลาร้าหมักที่ไม่เหมือนใคร ไม่ทราบลูกค้าสนใจไหมครับ เป็นใครไม่อยากลองบ้างครับ ก็สั่งสิครับ สักพักคนรับ order ก็เดินหายเข้าไปในห้องครัว … สักครู่นึง พ่อครัวเดินออกมา “แล้วบอกว่าอยากทราบวิธีการทำน้ำปลาร้าหมักสูตรพิเศษไหมครับ เดินตามผมมาเลย…” แล้วพาเราหายเข้าไปในห้องครัวด้วยกัน แล้วอธิบายวิธีทำให้ ต่อมาเกิดอะไรขึ้นครับ กำลังคิดว่าเราจะกลับไปทำสูตรหมักปลาร้าพิเศษขายหรือครับ
.
เปล่าเลยครับ นั้นไม่ใช้ความหมายของเรื่องนี้ แต่ที่จะสื่อก็คือว่า ที่ลูกค้ามากินที่ร้านเพราะต้องการความสะดวกสบาย ไม่ใช้ต้องไปหมักน้ำปลาร้าเอง แค่เพียงต้องการคนทำให้กินครับนั้นคือความต้องการของลูกค้า และเราต้องสนองให้ตรงจุดด้วยครับ
.
ผมจะเล่าอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของผู้แต่งเล่มนี้เอง ผู้แต่งได้คิดธุรกิจวิธีการเดินทางด้วยสายการบินฟรี บอกวิธีการว่าต้องการทำอย่างไร และประกาศโฆษณาว่าจะมีการสอนว่าจะใช้เทคนิคเหล่านี้อย่างไร ปรากฏว่ามีคนสนใจตอบรับ แต่พอเปิดขายปรากฎว่าไม่มีคนตอบรับสักเท่าไหร่ เขาเลยคิดว่าเป็นเพราะอะไร แต่หลังจากที่ค้นหาจึงรู้ว่าจริงๆ คนเหล่านั้นไม่ต้องการรู้ว่าจะมีเทคนิคหาวิธีการได้การเดินทางถูกๆได้อย่างไร แต่ต้องการวิธีการสำเร็จรูปเลยว่าจะทำอย่างไร โดยต้องไม่ต้องยุ่งยาก ตอนหลังเขาเลยเปลี่ยน model ธุรกิจ และนำเสนอให้ตรงกับความต้องการแบบสำเร็จรูปให้ลูกค้านำไปใช้ได้เลย ตอนหลังก็มีคนสนใจมากขึ้นหลายเท่าตัว
.
ความหมายของบทนี้คือ เราจะต้องหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าให้เจอว่าต้องการอะไร และตอบสนองให้ตรงจุดไปเลยครับ ไม่ต้องอ้อมค้อม ชักแม่น้ำทั้ง 5 อยู่ …
.
เดี๋ยวจะยาวไป รอตอนต่อไปคราวหน้านะครับ
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments