สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

The $100 startup .. เขียนโดย CHRIS GUILLEBEAU
ตอนที่ 2
.
ก่อนที่จะไปต่อนะครับ ผมขอเพิ่มเติมจากที่กล่าวไว้ครั้งที่แล้ว หนังสือเล่มนี้จะแยกเป็นทั้งหมด 3 part โดยแต่ละpart ก็จะมีแต่ละบท part แรกจะมี 5 บท ชื่อ part ว่า “Unexpected Entrepreneurs – ผู้ประกอบการโดยบังเอิญ” คราวที่แล้วผมเล่าไป 2 บท วันนี้จะมาเล่าอีก 3 บทที่เหลือของ part นี้นะครับ เริ่มเลยนะครับ

บทที่ 3 Follow Your Passion … Maybe

บทนี้ได้พูดถึงเกี่ยวกับการทำให้ตรงกับสิ่งที่เรามี Passion (ความชอบ) ตั้งแต่บทแรกๆ ก็ได้กล่าวถึงการหางานจากรายได้จากงานที่เราชอบ อาจจะเป็นงานอดิเรกก็ได้นะครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราจะต้องให้ความสำคัญกับงานที่สามารถช่วยคนอื่นได้ และคนเหล่านั้นจะต้องสนงานกับสิ่งที่เราเสนอด้วย ถ้างานที่เราต้องการทำเป็นธุรกิจแต่คนไม่สนใจ ก็เป็นอะไรที่ไร้ความหมาย

บทที่ 4 The Rise of the Roaming Entrepreneur

ขอแปลแบบขำๆ นะครับ คือ นักประกอบการที่ชอบเที่ยวเตร่… แฮะๆๆ ความหมายของบทนี้การที่เราไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจที่มีหน้าร้านครับ บางคนอาจจะ backpack เดินทางไปรอบโลก เดือนนี้อาจอยู่ประเทศอเมริกา อีกเดือนอาจจะอยู่ฮ่องกง นี้อาจเป็นชีวิตในฝันของใครหลายๆคน ผมขอยกตัวอย่างสัก case ตามหนังสือครับ
.
ในปี 2009 Brandon Pearce อาศัยอยู่ใน Utah อเมริกา ทำงานเป็นครูสอนเปียโนที่ประสบความสำเร็จพอสมควร แต่ด้วยที่เขาเป็นคนสนใจเทคโนโลยี ซึ่งครูสอนดนตรีส่วนใหญ่ไม่ชอบเกี่ยวกับการจัดการด้านธุรกิจสักเท่าไร สิ่งที่ Brandon สนใจก็ไม่ใช้การทำธุรกิจด้วย แต่มักมีความยุ่งยากในการจัดการระบบธุรกิจ เขาเลยคิด Music Teacher’s Helper ซึ่งเป็นระบบการจัดการทางคอมพิวเตอร์ในการวางบิล ตารางการสอนต่างๆ ช่วงแรกก็คิดเพื่อใช้งานส่วนตัว เมื่อเห็นว่าสามารถใช้อย่างดี เลยลองขายให้กับครูสอนดนตรีคนอื่นๆ หลังจากนั้น 3 ปี ชีวิตเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาได้ย้ายไปพักที่ต่างๆ ทั่วโลก โดยยังมีรายได้ปีละ $360,000 ต่อปี (ลองเอา30 คูณดูนะครับ)
.
นอกจาก case นี้ ยังมีบางคนก็ใช้วิธีขาย e-book ก็มีครับ
.
จากที่ผมสังเกตหลายๆ ธุรกิจที่สามารถใช้ชีวิตแบบนี้ได้ มักจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยครับ สิ่งที่สำคัญโดยมุมมองของผม ผมมองว่าการจะทำธุรกิจลักษณะนี้ได้ดี และสามารถขายได้มาก ถ้าเรามีความรู้ภาษาอังกฤษอย่างดีครับ เพราะสามารถขายได้ทั่วโลก

บทที่ 5 The New Demographics (ประชากรศาสตร์แบบใหม่)

บทนี้ได้กล่าวถึงกลุ่มลูกค้าเรา ซึ่งไม่สามารถแยกได้ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหน จากที่แยกได้ชัดเจนกลายเป็นหลากหลายที่รวมกันอยู่ อย่างน้อยตอนนี้เราอาจจะแบ่งได้ เป็น 2 กลุ่ม
.
กลุ่มแรก Traditional Demographics – การแบ่งแบบเดิม
เช่น อายุ สถานที่ เพศ เชื้อชาติ รายได้
.
กลุ่มสอง New Demographics – แบ่งแบบใหม่
ความสนใจ ความชอบ (Passion) ความชำนาญ ความเชื่อ การให้คุณค่า
.
การแบ่งลักษณะใหม่นี้ทำให้เราจะต้องจัดกลุ่มลูกค้า และวางรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้อง มีตัวอย่างในหนังสือคือมีบริษัทนึงต้องการขายกาแฟ ซึ่งเรามองว่าเป็นธุรกิจปกติ แต่สิ่งที่เจาะจงลงไปคือเขาต้องการขายให้การนักปั่นจักรยาน ซึ่งการปรับรูปแบบของการขายและการบริการ ก็ต้องมองในมุมของคนปั่นจักรยานที่อย่างให้เป็น ซึ่งจากเดิมมีเพียงแค่ เพศ รายได้ ช่วงอายุ เป็นต้น
.
จบเนื้อหา Part แรกแล้วนะครับ รอติดตาม Part ต่อไปนะครับ
ของคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.