The $100 startup .. เขียนโดย CHRIS GUILLEBEAU
ตอนที่ 3
ต่อเลยนะครับ Part 2 : Taking it to the streets ถ้าความหมายตรงๆ คือ ลงถนน (ไม่ได้ลงไปประท้วงนะครับ แต่หมายถึงทำให้เกิดขึ้นมา เดี๋ยวจะเข้าใจผิด 555 )
บทที่ 6 The One-Page Business Plan
บทนี้สรุปได้ง่าย ๆ เลยว่า ในการทำธุรกิจที่เริ่มเพียง 100 เหรียญ (ประมาณ 3,000 บาท) เราไม่มีความจำเป็นต้องเขียนแผนธุรกิจอะไรมากมายความ เขียนรายละเอียดคราวๆ แล้วลุยเลย อาจจะเขียน web เพียงแค่หน้าเดียวเพื่อแสดงสินค้า แล้วเพิ่มปุ่มจ่ายเงินผ่าน PayPal ในหน้าwebนั้นเลยครับ แต่สิ่งที่สำคัญต้องคิดถึงว่า ไอเดีย สินค้าที่เราเสนอขาย มีประโยชน์ต่อลูกค้าหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ ประโยชน์ในหนังสือเขียนไว้เลยว่า “Don’t think innovation ; think usefulness” แต่เราต้องคำนวณด้วยว่า ฐานลูกค้าเราต้องมีจำนวนมากพอในการทำธุรกิจ ไม่ใช้นึกว่าอยากจะทำอะไรก็ทำนะครับเพราะถ้าไม่มีคนซื้อ ธุรกิจก็เกิดขึ้นไม่ได้ ธุรกิจขนาดเล็กต้องลงทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำและลงมือทำอย่างรวดเร็ว
บทที่ 7 An Offer You Can’t Refuse (เสนอสิ่งที่มิอาจปฎิเสธ)
เริ่มต้นบทนี้ ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างการวิ่งแข่งมาราธอนงานหนึ่ง ในการแข่งมาราธอนปกติ สำหรับคนที่เคยวิ่งมาแล้วคงพอรู้ หรือคนที่ยังไม่เคยวิ่งเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ ปกติเวลาวิ่งไปในแต่ระยะ จะมีการแจกน้ำดื่ม น้ำดื่มเกลือแร่ กล้วย และอื่นๆ ที่เป็นสิ่งที่หยิบกินได้ง่ายและไม่อึดอัดท้องมากเพื่อเพิ่มแร่ธาตุและพลังงาน ระยะมาราธอนเป็นระยะทิ่วิ่งยาวครับ 42 กิโลเมตร ถ้าไม่มีการเติมสิ่งที่ว่ามาเป็นระยะๆ ตลอดการวิ่ง รับรองหมดแรงวิ่งไม่ถึงแน่ครับ หรือถ้าถึงก็หมดสภาพเลย
.
แต่ในงานที่ว่านี้ จะมีการแจกส้มเป็นกลีบๆ ให้กับนักวิ่ง อันนี้เพื่อเป็นการเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุที่สูญเสียไประหว่างที่วิ่ง และมีอีกซุ้มแจกโดนัท ปรากฏว่า ส้มเป็นที่ต้องการของนักวิ่งมาก แน่โดนัทนี้แทบไม่มีใครหยิบเลยอาจเป็นเพราะคงกลัวจุกท้องระหว่างการวิ่ง แต่ถ้าจัดงานเลี้ยงปกติเราคงพอเดาออกนะครับว่าอะไรหมดก่อนกันระหว่างโดนัทกับส้ม ความหมายของเรื่องนี้ก็คืออยู่ที่ว่า สินค้าที่เราเสนอต้องเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อต้องการตอนนั้น ปฎิเสธไม่ได้เลย เพราะถ้าไม่เติมวิตามินเกลือแร่จากส้มระหว่างการวิ่ง นักวิ่งอาจจะวิ่งไม่ถึง กลับกันโดนัท ถ้าแจกหลังจากวิ่งเสร็จคงเป็นที่ขายดิบขายดีเช่นกัน แต่แจกระหว่างวิ่งเลยยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ณ ขณะนั้น ดังนั้นถ้าเราจะนำเสนออะไร ควรนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ขาดไม่ได้จริงๆ
บทที่ 8 Launch (เริ่ม)
เราเคยดูหนัง Hollywood กันไหมครับ ปกติกว่าเราจะได้ดูหนังแต่ละเรื่องเราต้องรอข้ามปีกัน เริ่มจากจะมีข่าวว่าจะถ่ายทำเรื่องนี้ ผู้แสดงนำคือใคร มีเรื่องเกี่ยวกับอะไร โดยจะมีการนำเสนอความก้าวหน้าเป็นระยะๆ มีภาพหลุดออกมา มีคนนี้ คนนั้นพูดถึง ก่อนจะฉายจริงยังมีรอบปฐมฤกษ์ต้องจองล่วงหน้า นู่น นี้ นั้น กว่าเราจะได้ดูที่โรงภาพยนต์ใกล้บ้าน ทำไมต้องขนาดนั้นนะ อืม….
.
เหมือนมือถือยี่ห้อ ผลไม้ … Iphone กว่าจะออกรุ่นไหมแต่ละทีต้องมีภาพหลุด ต้องมีข่าวว่า สเปกจะเหนือกว่าคู่แข่งอย่างไร ใช่ไหมครับ เพื่อให้สาวกรอที่จะซื้อกัน
.
ตัวอย่างที่ยกมาทั้งสองอย่างนี้ เราพอจะเห็นอะไรบางอย่างที่เหมือนกันใช่ไหมครับ …. การโหมโรง ใช่ครับ!!! ก่อนเราจะขายสินค้าอะไร เราอาจจะใช้หลักการข้างต้นนี้ก็ได้ครับ โดยมีการโหมโรงเป็นระยะๆ เพื่อให้ลูกค้าเฝ้ารอที่จะซื้อ เวลาที่เราเสนอสินค้า หรือบริการออกมาจะได้เป็นกระแสในการขายครับ ส่วนเทคนิคต่างๆ ก็ลองดูว่าเราจะใช่วิธีการใดนำเสนอครับ
.
ตอนแรกตั้งใจจะให้จบในคราวเดียว แต่กลัวจะยาวเกินไป เดี๋ยวจะขอต่อ Part 2 ในคราวหน้านะครับ Part นี้เหลืออีก 2 บทครับ
.
ขอบคุณที่ติดตามครับ
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments