ผมยังจำได้เหตุการณ์ตอนนั้นได้จนถึงเดี๋ยวนี้
ตอนที่น้องชายคนเล็กของผมอยู่ ป.6 และผมอยู่มหาวิทยาลัยปี 1 ตอนนั้นน้องชายที่ตัวสูงเกือบเท่าผมแล้ว แต่ตอนนี้สูงกว่าแล้ว วันเด็กในปีนั้น สวนสนุกแดนเนรมิต ซึ่งอยู่แถวๆ เซ็นทรัลลาดพร้าว (แต่ตอนนี้สวนสนุกไม่มีแล้วเปลี่ยนเป็นตลาดแทน ตัวปราสาทยังคงเก็บไว้อยู่ ลอง search หาดูก็ได้ครับ ) มีกิจกรรมให้เด็กๆเสียค่าเข้า คนละ 1 บาท ไม่นับรวมผู้ใหญ่ต้องเสียราคาปกติด้วยน้องชายอยากจะไปเที่ยว แม่เลยให้ผมเป็นคนพาไป สองคนพี่น้องเลยนั่งรถทัวร์จาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาลงตรงสถานีรถทัวร์สายใต้เดิม ตรงที่จะเลี้ยวจากถนนบรมราชชนนีไปพระปิ่นเกล้า และนั่งรถต่อไปยัง แดนเนรมิตอีกที แถวลาดพร้าว นับว่าทั้งระยะทางและเวลาก็ไม่น้อยเลยแต่ก็พากันไปกันจนได้
.
การไปเที่ยวแดนเนรมิตครั้งนั้น สนุกดีครับ จำไม่ได้ว่าเล่นเครื่องเล่นอะไรบ้าง แต่จำได้ว่าไปขึ้นเครื่องเล่นเฮอร์ริเคน ตอนเล่นก็สนุกดีครับ แต่ตอนจบที่ต้องม้วนตีลังกากลับหลังสามรอบ ก่อนจอด ทำให้ทั้งพี่กับน้องต้องเดินเกาะราวลูกกรงตรงประตูทางออกแทบคลานออกมา เพราะขาสั่นไม่หยุด ฮ่า …. และหลังจากเล่นเครื่องเล่นเสร็จทั้งหมดก็กลับกัน พอกลับถึงสถานีรถทัวร์สายใต้ ผมซื้อตั๋วรถเสร็จก็พากันมากินข้าวกับน้องที่ร้านอาหารเพื่อรอเที่ยวรถ แต่แล้ว…..
.
หลังจากผมกินข้าวเสร็จกำลังจะจ่ายเงิน ปรากฏว่าเงินหมด ไม่มีเงินจ่ายค่าข้าว หาทั่วกระเป๋าก็ไม่มีพอจ่าย ผมละตกใจเอาไงดีวะ ข้าวก็กินของเขาหมดแล้วจะคืนก็ไม่ได้ ครั้นจะล้างจานชดใช้ก็คงกลับไม่ทัน แต่ด้วยความที่เราก็ซื่อๆ ไม่มีอะไร เดินไปบอกเฮียเจ้าของร้านแบบตรงๆ เรียบๆ หน้าจ๋อยๆ หน่อย
“ขอโทษครับ พอดีไม่มีเงินจ่ายค่าข้าว พอดีซื้อตั๋วแล้วลืมดูไปว่าไม่มีเงินครับ”
“……………………………………..”
เหตุการณ์ต่อมาอีก 5 วินาที
.
.
.
.
.
.
.
“แล้วมีค่ารถกลับบ้านไหม ….”
“มีครับ พอดีซื้อตั๋วก่อนมากินครับ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวถ้ามาแล้วค่อยเอามาให้ก็ได้”
ยกมือไหว้งามๆ …. และขอโทษตามระเบียบ
.
หลังจากนั้นไม่กี่วันผมก็ต้องกลับมาใช้บริการที่สายใต้ อีกครั้ง และไม่ลืมที่จะนำเงินไปคืนค่าข้าวที่ค้างไว้ จนครบทุกจำนวนพร้อมกับกินข้าวด้วยนะครับ แต่รอบนี้มีตังค์แล้ว 555
.
พอผมนึกเรื่องราวนี้ขึ้นมา เลยอยากเล่าให้ฟัง ตอนนี้ร้านนั้นคงไม่อยู่แล้วตั้งแต่ย้ายสถานีรถไปที่ใหม่ และไม่รู้ว่าเฮียเจ้าของร้านเป็นอย่างไร เพราะถ้านับเวลาก็เกือบ 30 ปีแล้ว แต่ความรู้สึกดีๆ ในวันนั้นและน้ำใจของเจ้าของร้านก็ยังอยู่
.
สิ่งที่ผม “หวนคำนึงถึง” คือ นอกจากเราสองพี่น้องจะไม่จ่ายค่าข้าวแล้ว ยังเป็นห่วงว่าเราสองพี่น้องจะกลับบ้านได้ไหม ผมเชื่อว่าถ้าบอกว่า ไม่มีเงินค่าตั๋ว เฮียก็คงให้ผมยืมก่อนด้วยซ้ำ แม้ว่าจะพึ่งเห็นหน้ากันครั้งแรก ถึงแม้ในใจอีกครึ่งอาจจะไม่ได้คาดหวังว่าอาจจะได้คืน
.
แต่เหตุการณ์วันนั้น ทำให้วันนี้ผมยังเชื่อในความงดงาม และการมีน้ำใจของคนซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้โลกนี้มีความหมาย และน่าอยู่ เพียงเราถ่ายทอดความรู้สึกดีให้แก่กัน มีน้ำใจให้แก่คนรอบข้าง จากวงเล็กๆที่ใกล้ตัว ก็ค่อยๆขยายๆ จนทำให้โลกนี้น่าอยู่
.
โลกที่น่าอยู่มิใช่เพียงธรรมชาติที่สวยงามหรือการสร้างสิ่งประดับที่สวยงามเท่านั้น น้ำใจและความใจดีกับคนอื่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญทำให้โลกดีขึ้น จริงๆ ถ้าเรามองย้อนกลับไปอาจพบว่าจริงๆแล้วก็มีหลายๆสิ่งที่สวยงามเกิดขึ้นเสมอกับเรา เพียงแต่เราอาจไปโฟกัสกับสิ่งอื่นจนลืมและมองผ่านไป
.
ลองมองย้อนดู จะพบว่าชีวิตเราก็มีสิ่งที่สวยงามเสมอ
Categories: เฟิร์สเล่าเรื่องเอง

0 Comments