สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

ชีวิตเรามีแค่สี่พันสัปดาห์ (ตอน 1)
Oliver Burkerman เขียน วาดฝัน คุณาวงศ์ แปล
การเล่าเล่มนี้ผมคงไม่ได้ สรุปออกมาเป็นชุด ๆ นะครับ แต่จะเอาส่วนที่ผมตกผลึก และรู้สึกว่ามีประโยชน์กับเพื่อน ๆ มาเล่าให้อ่านเป็นระยะ ๆ นะครับ

เพื่อน ๆ เคยคิดไหมครับว่าอนาคตเราอีก 10 ปีข้างหน้า 5 ปีข้างหน้า 1 ปีข้างหน้า 6 เดือน 3 เดือน 1 เดือน 7 วัน 1 วัน 5 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 1 วินาทีเพียงเราหายใจ อนาคตเราจะเป็นอย่างไร

หลายท่านก็ว่า เราวางแผนไว้แล้วว่าจะเก็บเงินลงทุน แล้วจะเกษียณตอนปลาย หรือว่า เดือนหน้าเราจะไปเดินเร็วแถวภูเขาฟูจิ หรือหลายท่านก็บอกว่า บอกไม่ได้เหมือนกันเพราะที่ตั้งใจไว้คาดว่าคงไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึง ปีหน้า เอาปลายเดือนนี้ก่อน เพราะว่าตอนนี้เงินเดือนหมดแล้ว …

ก็มีหลายคำตอบหลากหลายกันไปนะครับ แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าที่เราตั้งไว้จะเป็นจริง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีชีวิตอยู่ถึงปีหน้า หรืออีก 6 นาทีข้างหน้า เพราะขณะที่เรากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ แล้วจู่ ๆ อาจจะวูบหลับไป.. โดยไม่ฟื้นกลับมา ถ้าใครเคยพอมีอายุระดับหนึ่ง ก็อาจได้ยินคนใกล้ตัวที่จากไปแบบกะทันหัน ไม่ว่าวิ่ง ๆ แล้วหมดลมไป เกิดอุบัติเหตุ หรือว่าแข็งแรงอยู่ดี อาชีพการงานกำลังรุ่ง วันดีคืนดีไปตรวจสุขภาพพบว่าเจอเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

หลักฐานที่แน่นอนว่าปัจจุบันเราอยู่ตรงไหน ก็คืออดีตที่พาเรามาอยู่ ณ ตอนนี้ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะเป็นอย่างนี้ หรือที่เราวางแผนไว้ตลอด เหมือนกับที่เรามักได้ยินว่า “ความไม่แน่นอน คือความแน่นอน” แต่หากเราทบทวนเรื่องที่ผ่านมา เรามักจะพบว่าปัจจุบันก็ใช่ว่าจะเป็นดังที่ตั้งใจไว้ เช่น ตอนเด็ก ๆ เราอยากจะทำอาชีพอะไรสักอย่าง พอโตขึ้นมาเราก็เรียนตรงกับข้ามกับที่ตั้งใจไว้ ต่อให้จบมาก็ใช่ว่าจะตรงกับที่เราเรียนมา หรือต่อให้ทำงานแล้วอีก 10 ปี เราอาจจะทำสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งคนละเรื่องกับที่เคยทำมา

จากทั้งหมดที่ร้อยเรียงชีวิตเราจากอดีตจนถึง ณ ขณะกำลังอ่านเรื่องที่ผมเล่านี้ เราจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ อย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ต่อให้ เราบอกว่า สิ่งที่เกิดกับเราตอนนี้ เราก็วางแผนไว้ แต่เราก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป

ไอเดียช่วงแรก ๆ ที่ได้จากการอ่าน (ผมยังอ่านเล่มนี้ไม่จบนะครับ แต่ถ้าได้ความอะไรเพิ่มจะมาเล่าต่อ) เราควรจะมี ตระหนักรู้ถึง ณ กาลเวลาปัจจุบัน ตอนนี้ ขณะนี้ ไม่ต้องวิตกกังวลอะไรมากกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ไม่ใช่ว่าเราจะไม่วางแผน หรือพัฒนาอะไรให้ดีขึ้นนะครับ เราก็วางแผนและตั้งเป้าหมายต่าง ๆ เราไปเหมือนเดิม เหมือนที่อยากให้เป็น และ เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ณ ปัจจุบัน รวมทั้งดื่มด่ำสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับเรา ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ดังนั้นเราก็ไม่ควรกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงนั้นเอง…

ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.