ร้านหนังสือฮยูนัมดง ยินดีต้อนรับ
ตอนแรกผมกะอ่านเป็นนิยายอ่านเพลิน ๆ แต่กลับกลายเป็นหนังสือที่ให้ข้อคิดอย่างมาก คำโปรยบนหน้าปก “ชีวิตก็เป็นเรื่องซับซ้อนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร อย่าพยายามจัดการให้มันเรียบง่ายเลย”
หนังสือเล่มนี้เริ่มจากที่ ย็องจู ได้เปิดหนังสือที่เจ้าตัวเองก็ไม่มั่นใจว่าจะเปิดร้านได้นานเท่าไร แต่ด้วยความเป็นคนที่รักการอ่าน ค่อยทำร้านหนังสือแห่งนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป ตัวเรื่องได้พัฒนาไปเรื่อย ๆ ร้านจากมีคนเดียวก็มีผู้ช่วยมาชงกาแฟ ค่อย ๆ จัดงาน booktalk และพัฒนาร้านไปเรื่อย ๆ เป็นเรื่องราวที่คนเราก็เจอในชีวิตจริง ๆ แต่ผู้แต่งได้หยิบยกขึ้นมาเรียบเรียงให้เห็นมุมมองที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ผ่านร้านหนังสือแห่งนี้ เรื่องราวผู้คนรอบตัวของเจ้าของร้านหนังสือ ก็คงเหมือนกับผู้คนรอบตัวของเรา จริงๆ แล้วชีวิตคนเราก็มีความหลากหลายเรื่องราวปนกันไปมา จนบางครั้งเราก็งงกับชีวิต ซึ่งก็ไม่ต้องไปตกใจอะไร เพราะนั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นของมันอยู่แล้ว เหมือนอย่างไรซะ ดวงอาทิตย์ย่อมขึ้น และเราย่อมร้อน สุดท้ายเมื่อดวงอาทิตย์ตก ความเย็นก็เข้ามาแทนที่
ข้อสรุปที่ได้จากการอ่านเล่มนี้
- การที่เราใช้ชีวิตไม่เหมือนใคร ก็ใช่ว่าจะแย่
- “ออกกำลังกาย ทำงาน ดูหนัง พักผ่อน เขารู้สึกวงจรชีวิตที่แสบเรียบง่ายนี้กำลังหมุนไปอย่างราบรื่นและลงตัว แค่นี้ก็คงเพียงพอแล้ว ใช้ชีวิตประมาณนี้น่าจะเพียงพอแล้ว” – ความคิดของ มินจุน บาริสต้าของร้านหนังสือ
- การจะทำให้เสียงประสานในบทเพลงหนึ่งไพเราะจับใจจะต้องมีเสียงไม่ประสานอยู่ก่อนหน้านั้น ดังนั้นในบทเพลงซึ่งต้องมีเสียงประสานและเสียงไม่ประสานอยู่ด้วยกัน และเขาก็บอกว่าชีวิตเราเป็นเหมือนกับดนตรี เสียงไม่ประสานที่เราพบเจอก่อนที่จะเจอเสียงประสานทำให้เราสัมผัสได้ถึงความสวยงามในชีวิต
- การยึดติดกับสิ่งที่เราไม่อาจกอดไว้ได้อีกต่อไป เป็นสิ่งที่ผิดมหันต์
- ถ้าชีวิตการทำงานไม่น่าพอใจหรือไม่มีความสุข และถ้าแต่ละวันผ่านไปอย่างทรมาณและไร้ความหมาย เราก็ต้องตามหางานอื่น เพราะเรากำลังใช้ชีวิตที่ได้รับมาเพียงครั้งเดียว
- ไม่มีความฝันใดก็ตามย่อมถูกทดแทนด้วยความฝันใหม่ได้เสมอ ดังนั้นจงอย่ายึดติดกับความฝันใดเพียงอย่างเดียว
- 8 9 และข้ออื่น ๆ ลองอ่านจากหนังสือเล่มนี้ดูว่าเพื่อน ๆ จะพบเจอแนวคิดอะไรแฝงไว้อีกบ้าง
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments