สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

เขียนโดย Dr Andrew Jenkinson
.
1. การที่เราคิดว่าอยากลดน้ำหนัก โดยให้กินน้อยกว่าที่เอาออกมา อาจเป็นสิ่งไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะดูจากสถิติการกินของคนอเมริกันที่กินแคลอรี่เพิ่มมากกว่าอดีต ปรากฏว่าขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก คือตามที่คาดการณ์จากการบริโภคแครอลี่ที่กินเพิ่มขึ้น ณ ปัจจุบัน น้ำหนักจะต้องขึ้นเฉลี่ย 26 กิโลกรัม แต่ขึ้นจริงเฉลี่ยเพียง 6 กิโลกรัม
.
2. ฮอร์โมน Leptin เป็นตัวควบคุมน้ำหนัก เรามักคิดว่าถ้าเรากินมาก ร่างกายจะเอาไปสะสมมากตามที่เกินมา แต่จริงๆ ระบบเผาผลาญร่างกาย จะทำงานเพิ่มขึ้นเพื่อลดส่วนที่เกิน โดยจะนำเพียงบางส่วนไปสะสม แต่ถ้าเรากินน้อยไป ร่างกายจะลดการเผาผลาญ ทำให้ใช้พลังงานลดลง
.
3. การที่อ้วนเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ โคมาโซม เราจะสังเกตว่าถ้าครอบครัวไหนอ้วน ลูกๆ ก็มักจะอ้วนด้วย หรือในกรณีที่แม่ไม่อ้วน แต่ขาดแคลนอาหารระหว่างท้อง เช่นท้องในช่วงการเกิดสงครามและมีความอดอยาก ตัวอ่อนในท้องก็รู้ว่า ถ้าเกิดมาแล้วอาจไม่มีอาหารกิน จึงทำให้พัฒนาร่างกายสะสมอาหารมากเป็นพิเศษตอนที่คลอดออกมา เลยส่งผลให้เด็กที่เกิดในช่วงนั้น โตมาเป็นคนอ้วนง่าย
.
4. การควบคุมน้ำหนักเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึกซึ่งควบคุมโดยฮอร์โมน โดยจะสั่งให้ร่างกายสะสมพลังงานแตกต่างตามสภาวะต่างๆ สิ่งนี้ เรียกว่า weight set-point เช่น ถ้ามีการ set น้ำหนักไว้ 60 กิโลกรัม แล้วเรากินเกินกว่าร่างกายต้องการ ระบบ metabolism ก็จะเพิ่มการทำงานเพื่อเผาผลาญออก แต่เมื่อเรากินน้อย ก็จะลดการเผาผลาญลง
.
5. เราจะเห็นได้ว่า เมื่อเราทำการลดน้ำหนักมาระดับหนึ่งแล้ว น้ำหนักจะคงที่ เพราะร่างกายรู้แล้วว่าเราขาดแคลนอาหาร ทำให้ลดกระบวนการเผาผลาญลง แม้ว่าใจเราอยากให้ลดอีก แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งไม่ให้เราลด
.
6. เมื่อเราหยุดลดน้ำหนัก แล้วเกิด yo yo effect คือน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เป็นเพราะ ว่าร่างกายกลัวเราจะขาดแคลนอาหาร เลยไปเพิ่ม weight set-point ให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้น
.
7. ดังนั้นน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นหรือลง อยู่ที่ร่างกายจะตั้ง weight set-point ไว้ที่กี่กิโลกรัม สิ่งนี้เป็นตัวสำคัญที่ทำให้เราน้ำหนักเพิ่มหรือลดเท่าไร เมื่อร่างกายกำหนดไว้แล้ว เช่น เดิมเรา 60 กิโลกรัม แต่ ร่างกายตั้งไว้ใหม่ที่ 65 กิโลกรัม เพราะกลัวการขาดแคลนอาหารที่จะเกิดขึ้น จิตใต้สำนึกก็จะสั่งให้เราหิว และคอยหาอะไรกินตลอดเวลา เพื่อน้ำหนักไปถึงจุดที่ร่างกายตั้งไว้
.
8. น้ำตาลมีผลอยากมากต่อการอ้วน เลือดในร่างกายเรามีน้ำตาลเพียง 1 ช้อนชา แต่แค่กินโค้กไป 1 ขวด ก็เกินมาหลายเท่าไร ไม่นับขนม และน้ำตาลที่ใส่เพิ่มในอาหาร ส่งผลให้ weight set-point เพิ่มได้ สาเหตุที่เราติดน้ำตาล เพราะสมองต้องใช้พลังงานมาก ในอดีตเราก็จะพยายามหาของหวานกินซึ่งหาได้ยาก และเมื่อได้กินของหวานเข้าไปสมองก็จะปล่อยสารความสุขออกมา ดังนั้นไม่แปลกถ้าเราติดการอยากกินน้ำหวาน หรือขนมหวานๆ
.
9 อาหารแปรรูปเป็นอะไรที่มีผลต่อน้ำหนักเพิ่ม ดังนั้นเราควรกินอาหารจากธรรมชาติที่ไม่แปรรูปดีที่สุด

10. ควรนอนให้เพียงพอ เพราะเมื่อเรานอนไม่เพียงพอจะทำให้ weight set-point คนที่นอนดึกๆ มักจะมีโอกาสน้ำหนักเพิ่มได้ง่ายกว่าคนที่นอนเพียงพอ
.
11. ถ้าเราอยากจะลดน้ำหนักสิ่งที่ควรทำ คือลดของหวานทั้งหมด ช่วงแรกเน้นกินเนื้อสัตว์ ไขมัน แต่ให้กินแป้งลดลง ไม่ควรจะลดแป้งไปเลยเพราะทำให้ร่างกายรวนได้ในช่วงแรก การกินแบบนี้เพื่อทำให้ร่างกายปรับ weight set-point ลง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักเราลดลงอัตโนมัติ

12 กินอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูงๆ

13. ควรออกกำลังกายเพื่อให้การเผาพลาญเพิ่มขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักเกินไป
.
14 วิธีการดังกล่าว อาจจะใช้เวลาในการลดน้ำหนัก แต่จะส่งผลระยะยาวในการไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะเราได้ตั้ง weight set-point ขึ้นมาใหม่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับ DNA เราด้วย ว่าได้ถูกตั้งน้ำหนักไว้เท่าไร
.
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.