ผมไปหา หน่อง ที่ร้าน CJ ดิจิตอล นครปฐม เป็นร้านของหน่อง เพื่อนสมัย ม.1 ผมกับหน่องเกิดวัน เดือน ปี เดียวกัน จำไม่ได้ว่าเราเรียนห้องเดียวกันไหม เพราะทั้งชั้นมีเพียง 2 ห้อง คือ ม.1/1 และ ม.1/2 ดังนั้นเวลาพักกลางวัน ก็จะมารวมๆกัน คุยกัน หรือเตะบอลตอนเที่ยงๆ พอให้เหงื่อซึมๆ โชยกลิ่นหอมๆ ทั้งห้องช่วงบ่าย เลยทำให้ดูเหมือนกับมีอยู่เพียงห้องเดียว
วันนั้น วันที่เท่าไร จำไม่ได้ หน่องบอกผมว่า สนใจไป จางเจียเจี้ย ประเทศจีนกันไหม ผมได้ยินแวบก็สนใจ เพราะไม่เคยไปเมืองจีนเลย ผมชอบไปที่ไม่เคยไปอยู่แล้ว หมอตุ้ม ภรรยา ของหน่อง นั่งอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยปากชวนให้ไปด้วยกัน หมอตุ้มก็เพื่อนผมอีกแหละ เพื่อนตั้งแต่ ม.1 ผมจำได้ว่าอยู่ห้องเดียวกันแน่นอน สาเหตุสำคัญเพราะหมอตุ้มเป็นหัวหน้ากลุ่มทำรายงานวิชาอะไรสักอย่าง ผมก็ไปช่วยหาหนังสือสองสามเล่มในห้องสมุดเพื่อทำรายงานส่งครู แล้วตีเนียนหายไปกับสายลม แสงแดด ฟุตบอล ไม่ต้องห่วงความรับผิดชอบของหมอตุ้ม เรื่องนี้ไว้ใจได้ อิ อิ
หน่องชี้ให้ดูภาพวาดน้ำตกขนาดประดับห้องกินข้าวในร้านอาหาร บอกว่าจะไปดูวิวน้ำตกแบบนี้กัน พร้อมกับบอกว่า ของจริงจะสวยกว่าภาพวาดนี้มาก ผมพินิจดูแล้วสวยๆจริง อยากไปเลย หน่องบรรยายถึงสิ่งที่เราจะได้ดู ดื่มด่ำกับธรรมชาติของจริง สัมผัสไอของน้ำตก เสียงของน้ำที่ไหลจากด้านบนกระทบด้านล่าง เพื่อเป็นละอองชุ่มชื่นให้บรรยากาศโดยรอบ สักพักแม่หน่องเดินยิ้มเข้ามาในร้าน ผมยกมือไหว้ทำความเคารพทักทาย หน่องหันไปบอกกับแม่ว่า จะชวนเฟิร์สไปเที่ยวจางเจียเจี้ยที่จีน จะไปดูน้ำตกตามรูปนี้ พร้อมกับชี้ไปยังรูปที่ผมและหน่องได้ดื่มด่ำกับความรู้สึกก่อนไป แม่หน่องบอก นั้นไม่ใช่ที่จางเจียเจี้ย เป็นน้ำตกอีกที่หนึ่ง …. อ้าวหน่อง !!! ยังไม่ทันจะจองตั๋วเดินทาง ก็พากันไปคนละที่แล้ว แล้วถ้าไปเหยียบดินแดนมังกร แล้วเราจะรอดกันไหมเนี้ย
แต่ยังดีโชคยังเข้าข้าง เพราะหัวหน้าคณะที่แท้จริงคือ หมอตุ้ม หัวหน้ากลุ่มรายงานสมัยวัยละอ่อน เป็นคนวางแผนการเที่ยว การพัก การเดินทางให้ทั้งหมด แต่เราจำเป็นต้องหาคนไปอีกคนหนึ่ง เพราะเวลาพักจะพักกัน 2 คนต่อห้อง ถ้าไป 3 คน แล้วจอง 2 ห้องก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น ในที่สุดเราก็ชวนเพื่อนเอ้ ซึ่งต่อไปผมจะเรียกว่า ‘ดุ๊ง’ ฉายานามที่รับสมัยมัธยม อืมถ้าการเล่าเรื่องนี้แล้วเพื่อนผม เรียกผมว่า ‘เจน’ ก็ไม่ต้องงงนะครับ เพราะชื่อสมัยเด็กเหมือนกัน
เพื่อน ดุ๊ง ผู้ซึ่งไม่ได้เคยมีโอกาสออกนอกประเทศ จึงจำเป็นต้องทำ passport ก่อนเป็นอันดับแรก พอ หน่อง โทรไปชวนเช้า บ่าย ดุ๊งไปทำทันทีที่ สถานีขนส่งสายใต้ เลยรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม อันนี้เดี๋ยวผมจะมาขยายความเพิ่มตอนที่อยู่เมืองจีนแล้วว่า มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ผมนึกถึงคำนี้ให้กับเพื่อนดุ๊ง
สรุปเรา 3 กุมาร และ 1 กุมารี ครั้นจะเรียก 4 ยอดกุมารก็ไม่ได้ เพราะ หมอตุ้ม เป็นสุภาพสตรีอยู่ท่านหนึ่ง หมอตุ้มได้จัดตารางท่องเที่ยว หาที่พัก คำนวณงบประมาณการท่องเที่ยวให้ และมอบหมายให้แต่ละคนมีหน้าที่ไปหาว่า เมื่อถึงแต่ละที่ท่องเที่ยวแล้วจะเข้าไปเที่ยวอย่างไร มีจุดใดที่น่าสนใจมั่ง ผมในฐานะหนอนหนังสือรีบสั่งหนังสือเกี่ยวกับการเที่ยวจางเจียเจี้ย มาอ่าน 1 เล่ม ตอนแรกนึกว่าเป็นแบบหนังสือท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่แนะนำที่ต่างๆ ชัดเจน เดินทางอย่างไร ค่าเข้าเท่าไร แต่ปรากฏว่าเป็นหนังสือเล่าประสบการณ์เที่ยวทั่วๆไป ไม่มีรายละเอียดที่ผมต้องการเลย พออ่านไปได้นิดหน่อย ผมก็ สายลม แสงแดด facebook เนื่องจากสมัยนี้ไม่ค่อยได้เตะฟุตบอลละ อย่างไรก็ตามผมก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวหัวหน้าหมอตุ้ม เหมือนสมัย ม.1 ที่จะนำพาทีมเรารอดไปได้
และแล้วเราทั้งสี่ ก็มารวมตัวกันที่สนามบินดอนเมือง ขึ้นฟ้าไปยังจุดหมายเมือง ฉางชา ประเทศจีน เพื่อจะเดินทางต่อไปยังจุดอื่นๆ ซึ่งผมยอมรับเลยว่าไม่รู้ว่าไปที่ไหนอย่างไรบ้าง ขนาดชื่อเมืองที่จะไปยังจำไม่ได้เลย เรียกผิดๆถูกๆตลอด พอกลับมาเมืองไทยแล้วถึงจะจำชื่อเมืองได้ก็ชื่ออะนะ ไม่คุ้นหูเลย
เมื่ออยู่บนเครื่องบิน ผมมองออกไปเห็นแต่ทิวเขาจากประเทศไทย ผ่านลาว เข้าจีน ผมมองแล้วก็ไม่เห็นความแตกต่างกันเลย สีเขียวๆ เป็นแนวเทือกเขาเหมือนๆกัน ธรรมชาติมีความสมดุลย์ กลมกลืนกันจนเราก็แยกไม่ออกว่า นั้นคือแผ่นดินของประเทศอะไร หรือจริงๆแล้ว โลกไม่ได้มีความประสงค์จะแยกสิ่งใด สิ่งหนึ่งออกจากกัน มีเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆเท่านั้น ที่พยายามแยกสิ่งต่างๆ ว่า เป็นคน เป็นสัตว์ เป็นหิน เป็นภูเขา เป็นต้นไม้ เป็นแม่น้ำ แม้แต่เป็นคนด้วยกัน ยังแบ่งแยกว่า เผ่าพันธุ์ใด คนประเทศอะไร คนชนชั้นอะไร มีเงินคนละเท่าไร ทั้งที่ทั้งหมดทั้งมวลก็คือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมา และแตกดับไปเป็นปุ๋ย เป็นองค์ประกอบของสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ตามวัฎจักร วนไปรอบๆ ตามกงล้อของเวลา
และแล้วล้อเครื่องบินได้ถูกกางออก และสัมผัสกับรันเวย์ ถึงแล้วประเทศจีน ประเทศพี่ใหญ่แห่งเอเชีย และเป็นต้นกำเนิดบรรพบุรุษของใครหลายๆคนในประเทศไทย ซึ่งรวมทั้งผมด้วย ….
ขอบคุณที่ตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments