จำได้เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก ถ้าอยากจะเปลี่ยนช่องทีวี จะต้องลุกจากที่นอน แล้วไปบิดเปลี่ยนช่อง พิมพ์ไม่ผิดครับ !! ไม่ต้องตกใจ ทีวีสมัยผมเป็นเด็ก จะมีที่บิดคล้ายๆ กับที่ตั้งเวลาบนเครื่องไมโครเวฟ บางคนงงอีกเพราะที่บ้านเป็นแบบกดปุ่มสัมผัส ฮ่าๆ เวลาจะเปลี่ยนช่องจะใช้บิดแทน ที่บิดเปลี่ยนช่องจะไม่ได้บิดแล้วลื่นๆแบบที่บิดปรับความดังของเสียงวิทยุ เวลาบิดจะมีเสียงดัง แก๊ก แก๊ก เพื่อไปตรงช่อง ก็เลือกดู สมัยก่อนช่องทีวีไม่มีมากแบบตอนนี้ มีแค่ช่อง 3 5 7 และ 9 ส่วนช่อง 11 นี้มีมาตอนที่เริ่มจะมัธยมแล้ว แต่พอสักพักผมเริ่มเห็นบางบ้านก็จะมีปุ่มให้กดเปลี่ยนช่อง อันนี้ก็จะเปลี่ยนง่ายขึ้นกว่าเดิม
.
จนมาถึงยุคที่มี รีโมตที่แสนสบาย ไม่ต้องลุกจากเตียงหรือโซฟา อยากจะเปลี่ยนช่องไหนก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ไปต้องลุกไปเสียเวลา บางทีเวลาเราดูหนังเศร้าๆ อยู่กำลังอินๆ กำลังจะถึงตอนสำคัญ มีโฆษณาขึ้น เราก็จะเปลี่ยนไปอีกช่อง เกิดเปลี่ยนไปเจอรายการตลก เราก็จะเข้าสู่โหมดใหม่ ขำ หัวเราะขึ้นมา แทน พอรายการตลกเข้าสู่โฆษณา เราก็เปลี่ยนกลับมาช่องเดิม มาอินกับบทมีน้ำตา ให้เรานั่งซึมอีกรอบ
.
แต่ชีวิตจริงของคน ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกได้ง่ายแบบนั้น ถ้าเกิดเรากำลังเครียดๆในการทำงาน แต่พอกลับถึงบ้านแทนที่จะกลับมาโหมดมีความสุข บางคนไม่ได้ปล่อยวาง ยังเอาความเครียดตามมาด้วย บางทีกลับไปลงกับคนที่บ้าน
.
หรือบางที ในขณะที่อยู่บ้านมี line มาสั่งงานด่วนทำให้เราเกิดโมโหขึ้นมา แทนที่เราจะจบที่การดู line ดันไปลงกับคนที่บ้าน ไม่รู้จะเอาความหงุดหงิดไปไว้ที่ไหน ก็เอามาไว้ที่บ้านนี้แหละ
.
เรามักได้ยินคำสอนของพระที่สอนให้เราอยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องนึกถึงอดีต ไม่ต้องไปคิดกังวลกับอนาคต เพียงแค่ให้อยู่กับปัจจุบัน เราก็จะมีความสุขสงบ เพราะอดีตที่เกิดไปแล้ว บางทีอาจจะเกิดมาหลายวัน หลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหลายปี ถ้าเรายังคิดถึงอดีตที่เป็นทุกข์ แทนที่เราจะมีสงบในปัจจุบันทั้งที่เรื่องร้ายๆ ก็จบไปแล้ว แต่เราก็ยังนำมาอยู่ติดตัวกับเราในปัจจุบัน ส่วนอนาคต ที่ยังไม่เกิดและเราก็กลายเป็นกังวล ซึ่งหากเป็นเรื่องที่เราป้องกันได้ เราก็ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น หรือบางทีเราอาจจะตายก่อนที่เกิดขึ้น หรือต่อให้เราตายไปแล้ว ก็อาจไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเลยก็ได้ ดังนั้นเราก็ไม่ควรกังวลกับอนาคตเกินไป
คงจะดีถ้าเราทำใจให้เหมือนกับรีโมต คือกดปุ่มให้ใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน รับรู้ความสุขและสิ่งที่เป็นอยู่ สิ่งที่ทำ ณ ตอนนี้ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และปล่อยวางตามนั้น เพราะ ตอนนี้ คือช่วงเวลาที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ เรามิอาจรู้ได้ว่า ปีหน้า เดือนหน้า วันหน้า ชั่วโมงหน้า เรายังคงจะได้อยู่เหมือนกับตอนนี้หรือไม่ สิ่งที่ดีคืออยู่กับความสุข สงบ ณ ปัจจุบัน
มา.. มากดปุ่มรีโมตที่ใจให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันกันครับ

0 Comments