สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

AI จะสอบเรียนแข่งกับมนุษย์ได้ไหม
ผมกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ฉลาดกว่า AI” เป็นหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มนึงครับ เพราะหลายๆคนกลัวว่า AI จะมาทดแทนมนุษย์และพวกเราจะตกงานกัน

จริง ๆ แล้วความกลัวแบบนี้ก็เป็นมานานแล้วครับ ถ้าสมัยช่วงแรกที่มีเครื่องจักรมาทำงานแทนมนุษย์ โดยสมัยแรก ๆ นำมาใช้ในการทอผ้า จากเดิมเปลี่ยนจากใช้มือ ก็ใช้เครื่องจักรแทน และสามารถทำงานได้มากกว่ามนุษย์และประหยัดกว่า ซึ่งก็เป็นสิ่งที่แน่นอนว่า คนจะต้องตกงานที่ทำ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีงานทำครับ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นที่เครื่องจักรทำไม่ได้

และถ้าวันที่ AI มาแทนที่งานที่เราทำ เราก็เพียงแต่ไปฝึก SKILL ใหม่ ที่ AI ไม่สามารถจะทำได้

วกกลับมาที่หนังสือได้อธิบายเกี่ยวกับการทำงาน ของ AI ซึ่งเป็นหลักในการใช้คณิตศาสตร์ในการคำนวณ และสะสมคำตอบและเลือกใช้โดยใช้สถิติ เพื่อให้เห็นภาพผมขอยกตัวอย่าง เช่น การแปลภาษาโดย google translate ถ้าใครเคยใช้ตั้งแต่แรก ๆ จะพบว่าการแปลภาษาจะแปลก ๆ ผิด ๆ ถูก ๆ หรือใช้ภาษาที่ไม่มีคนใช้กัน แต่ถ้าสังเกตระยะหลัง ๆ จะแปลได้ดีและสำนวนภาษาดีขึ้น แล้วทำไมถึงดีขึ้นละ

หลักการเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อเราใช้ไปบ่อยๆ google จะเก็บข้อมูลที่ได้รับมา และประมวลผลโดยใช้หลักสถิติว่า ถ้าถามอย่างนี้ คำพูดแบบนี้ อยู่ในประโยคนี้ ควรแปลว่าอย่างไร และสำนวนอย่างไร ซึ่งตอนแรกๆ ข้อมูลมีน้อยเลยทำให้ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่เมื่อข้อมูลมีมากขึ้น ก็จะมีตัวเทียบเคียงเยอะขึ้น หรือคือหลักการทำงานของ AI ในgoogle ครับ

แบบนี้ ถ้าเก็บข้อมูลเยอะ ๆ แบบนี้ สักวันก็มีทางชนะมนุษย์ได้สิ ก็เหมือนกับใช่ แต่ไม่ใช่ครับ เพราะหลักการนี้เป็นหลักสถิติ ความน่าจะเป็น ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งไม่สามารถครอบคลุมได้ทุกมิติได้ เช่น ถ้าเราพิมพ์หาว่า “ร้านอาหารจีนใกล้ฉัน” google ก็จะขึ้นร้านอาหารจีน ใกล้ ๆ มาให้ แต่ถ้าเราพิมพ์ว่า “นอกเหนือจากร้านอาหารจีนใกล้ฉัน” ซึ่งคนปกติก็ตีความหมายได้ว่า อาหารอย่างอื่นที่ไม่ใช้อาหารจีน เช่น ส้มตำปูปลาร้า เป็นต้น แต่ google ก็ยังจะส่งข้อมูลอาหารจีนมาให้เรา ถ้าไม่มั่นใจลองพิมพ์ดูก็ได้ครับ ผมพึ่งทดลองเมื่อกี้เหมือนกัน

คือจากตัวอย่างข้างต้น แสดงให้เห็นว่า google ไม่สามารถตีความเป็นตรรกะได้ เพียงแต่ใช้ฐานข้อมูลเดิม แต่คำพูดหรือความคิดมนุษย์ซับซ้อนกว่านั้น ไหนจะอารมณ์มาเกี่ยวข้องอีก พูดอย่างใจคิดอย่าง แต่คนที่รู้ใจก็ตีความในใจอีกฝ่ายได้ แต่อย่าหวังว่า AI จะทำได้นะครับ อันนี้ต่อให้ใส่ฐานข้อมูลไว้มากเพียงใด ให้เวลาคำนวณชั่วฟ้าดินสลาย ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในปัจจุบันก็ทำไม่ได้

กลับมาที่ข้อสอบ ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ ได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์ AI เพื่อมาลองทำข้อสอบเข้า มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น ถ้าเป็นข้อสอบพื้นที่ทั่วๆไป แบบตัวเลขอย่างเดียว AI ก็น่าจะคิดเก่งกว่าเรา เพราะเป็นการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ แต่ถ้าเป็นโจทย์ปัญหาที่ใช้คำซับซ้อนขึ้นมานิดหน่อยซึ่งคนปกติก็พอเข้าได้ แต่ AI จอดสนิทครับ สาเหตุเพราะ ยังไม่มีใครสามารถเขียนโปรแกรมทางคณิตศาสตร์ที่ถอดโจทย์ปัญหามาเป็น สมการได้ทุกรูปแบบ ซึ่บางข้อก็ดูเป็นเรื่องที่ง่ายๆสำหรับเรา แต่ยากในขบวนการเขียนโปรแกรมเพื่อให้ AI เข้าใจ

ดังนั้นคงอีกนาน กว่าเราจะเห็น AI ที่ตอบโต้เราได้เหมือนกับหนัง คือเราใช้คำพูดแบบไหน เรียงคำอย่างไร ก็เข้าใจได้หมดแบบที่มนุษย์เข้าใจ ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ AI ยังคงไม่สามารถทำข้อสอบแข่งขันกับมนุษย์ได้ นอกจากข้อสอบที่ตีความได้ไม่ยากโดยอิงจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว แต่อย่าพึ่งชะล่าใจว่าสิ่งที่เป็นปัจจุบันจะเหมือนเดิม เพราะสุดท้าย ก็จะมีงานบางส่วนที่หายไป และเราคงต้องพัฒนาความสามารถด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่สามารถหยุดได้

ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.