เคยเป็นกันไหมครับ ที่พอเราตัดสินใจบ้างอย่างไปแล้ว ในใจกลับคิดว่า ทำไมเราถึงไม่ทำอีกอย่าง
ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนเป็น ซึ่งไม่จำเป็นที่ชีวิตปัจจุบันจะไม่ดีนะครับ เพียงแต่ว่าเราคิดว่าถ้าเราเลือกอีกทาง ชีวิต ‘อาจ’ ดีกว่า ณ ตอนนี้ … แล้วจริง ๆ จะดีกว่าหรือ !?!
ผมเคยอาจเจอแนวคิดอันหนึ่ง ใน หนังสือ “ชีวิตเรามีแค่สี่พันสัปดาห์” ผู้เขียนได้ให้แนวคิดที่ว่า หากเราเลือกจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ก็คือการไม่ทำอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นจริงตามสามัญสำนึกนั้นแหละครับ
เช่น หากวันนี้ เราเลือกที่ไปทำงานในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ เราก็จะไม่เจอหน้า ลูก พ่อ แม่ ภรรยา ในวันนั้นด้วยเช่นกัน แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่า ทางเลือกไหนดีกว่ากันนะครับอันนี้แล้วแต่บุคคล เพราะถ้าเราไม่ไปทำงานที่ค้างคาในวันหยุด เดือนหน้าเราอาจได้เจอหน้าคนที่รักทุกวันโดยที่ไม่มี Income เข้ามา หรือถ้าเราคิดว่าเดี๋ยวค่อยสะสางวันหลัง แล้วเลือกเจอหน้าคนที่รัก เพราะเวลาที่เคลื่อนที่ผ่านไปเร็ว เล่นกับลูกตอน 5-6 ขวบ ย่อมไม่เหมือนกับ เล่นกับลูกตอน 14-15 ขวบ เพราะตอนนั้นก็ไม่อยู่เล่นกับเราละ วัยรุ่นมักจะโลกอยู่กับเพื่อนฝูง แต่ทั้งนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักกันดี ๆ ว่า ณ เวลาปัจจุบันนี้ อะไรสำคัญที่สุด เพราะการไปทำงานที่สำคัญอาจเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด ณ ปัจจุบันที่เรากำลังหายใจ
แต่ก็อย่างที่บอกละครับ ว่าอย่างไรเสียเราก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งอยู่แล้ว และยอมเสียอีกสิ่งไป ถึงแม้ว่าบางคนอาจมีเวลาเลือกทั้งสองอย่าง เช่น เอางานมาทำที่บ้าน หรือพาลูกไปที่ทำงาน ซึ่งถ้าเราทำแบบนั้น เราก็อาจไม่สามารถ โฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เต็มที่ และเราก็คงไม่สามารถทำแบบนี้ได้ทุกครั้งในการตัดสินใจ
อย่างไรเสีย ไม่ว่าเราจะเลือกทางไหน เราก็จำเป็นต้องเลือกและไม่สามารถคาดคะเนผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้จริง ๆ ในอนาคต จะรู้ผลลัพธ์ได้ต่อเมื่อสิ่งนั้นเป็นอดีตไปแล้ว
สิ่งที่ผมกำลังจะบอกก็คือ ไม่ว่าเราจะตัดสินใจเลือกอะไรไปแล้วก็ตาม ไม่ต้องเสียดายกับอีกทางที่เราไม่ได้เลือกครับ เพราะอย่างไร ต่อให้เราเลือกอีกทาง ก็เป็นไปได้ว่าเราอาจเสียใจว่า ทำไมไม่เลือกอีกทางอยู่ดี
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments