ลองมองรูปที่ผม post ลงพร้อมกับบทความนี้ดูนะครับ
เพื่อน ๆ มองเห็นเป็นรูปอะไรครับ ก่อนอ่านบทความต่อไปนะครับ
.
.
.
.
บางคนก็เห็นเป็นรูปหญิงสาวที่สวยงาม บางคนที่เห็นเป็นรูปหญิงชรา ใครดูไม่ออกให้สังเกต เส้นยาวที่วาดตามขวางสีแดงดูนะครับ สามารถมองเป็นได้ทั้งสร้อยคอของหญิงสาว หรือปากของสาวชรา
การเห็นรูปที่แตกต่างกันหรือเข้าใจบางอย่างไม่ตรงกัน น่าจะมาจากมุมมอง แนวความคิด ประสบการณ์ที่มาไม่เหมือนกัน เช่นถ้าคนไทยพยักหน้าแปลว่า “ใช่” และการส่ายหัวหันไปมาแปลว่า “ไม่ใช่” แต่บางวัฒนธรรม เช่น อินเดีย การส่ายหัวแปลว่าใช่ ถึงแม้ว่าจะมีลายละเอียดเทคนิคการส่ายหัวที่ไม่เหมือนกับไม่ใช่ของเรา แต่ก็ยังทำให้เราเข้าใจไปตามที่เราเคยชิน
ผมเคยอ่านเจอว่า เคยมีอาจารย์มหาวิทยาลัยโซนยุโรป สอนลูกศิษย์สาวชาวอินเดีย โดยเวลาชำเลืองมองอาจารย์แบบอายๆ เหมือนกับเย้ายวนนิดๆ ทำนองชอบอาจารย์ อาจารย์คนนั้นเลยตามจีบโดยใช้ฐานความเข้าใจการแสดงท่าทางของวัฒนธรรมตน ปรากฏว่าการที่สาวชาวอินเดียแสดงออกแบบนั้น เพราะเป็นวัฒนธรรมที่ว่าไม่สามารถมองผู้ชายได้โดยตรงต้องทำท่าชำเลืองมอง สุดท้ายจนจบที่ให้ พ่อแม่ ของลูกศิษย์ อธิบายให้อาจารย์เข้าใจว่า ลูกสาวของพวกตนไม่ได้แสดงความชอบอาจารย์ …
ที่ผมเล่ามาทั้งหมด เพราะว่าจริงๆแล้ว เราอาจไม่สามารถตัดสินอะไรบางอย่างได้ตั้งแต่แวบแรก เช่นเวลาเราจะพบหน้าแฟนเรา พอเราเข้าไปทักปรากฏว่าไม่ยอมหันมาคุยกับเราเห็นเงียบ ๆ เราก็คิดในทันทีนั้นว่าหาเรื่องอะไรจะมาทะเลาะกับเรา แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นเพราะแฟนเราพึ่งได้รับข่าวสารที่ไม่ดีจาก เพื่อนฝูง จากญาติ และทำให้อารมณ์ ณ ตอนนั้นเหมือนกับไม่อยากเจอเรา แต่พอคุยกันสักพักแล้วเราให้เราฟัง กลายเป็นคนละอารมณ์ไปเลย
ดังนั้น เราคงไม่สามารถตัดสินอะไรได้จากมุมที่เราเห็น นอกจากจะไปสัมผัสใกล้ๆ มอง และฟัง จากมุมอีกฝ่ายเพื่อให้เข้าใจกัน เพราะส่วนใหญ่ที่เราขัดแย้ง ทะเลาะกัน อาจจะมาจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่มองคนละมุมกัน ถ้าเราเข้าใจมุมของอีกฝ่ายได้มากขึ้น เราอาจพบว่าจริง ๆ ไม่มีเรื่องอะไรที่ควรทะเลาะกันเลยซึ่งทำให้เราต้องมาผิดใจกันในภายหลัง
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments