วันนี้ขอพูดในลักษณะเชิงวิชาการครับ จริงๆแล้วมนุษย์ทำหลายๆสิ่งตามอารมณ์และความรู้สึกครับ โดยก็เป็นสิ่งที่เราก็รู้ๆกัน แต่ที่ผมจะเล่าคือการทำอารมรณ์แบบอัตโนมัติ
ผมเชื่อว่าหลายๆคนในที่นี้ ขับรถยนต์เป็นกันใช่ไหมครับ หรือถ้าใครยังขับไม่เป็นลองอ่านบทความนี้ก่อนก็ได้ครับ
เวลาฝึกขับรถยนต์ใหม่ๆ เราจะต้องทบทวนตัวเองก่อนใช่ไหมครับว่าเข้าเกียรอย่างไร เหยียบเบรกตรงไหน บางคนลืมแทนที่จะเหยียบเบรก ดันไปเหยียบคันเร่งจนทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างที่เราเห็นบ่อยครั้ง
ตอนแรกๆ เราจะขับช้าๆ ในสมองต้องคอยนึกตลอดเวลาว่าต้องทำอย่างไร จะเลี้ยวซ้ายกดผลักไฟเลี้ยวไปตรงไหน ตอนนี้ต้องเข้าเกียรอย่างไร ตัว P คืออะไร R คืออะไร ถ้าเป็นเกียรกระปุก ต้องเหยียบคลัชด้วย ไปกันใหญ่เลย ต้องใช้ประสานสัมผัสเพิ่มทั้งเท้าซ้ายและขวา ไหนมือจะจับเกียรกับพวงมาลัย พอเห็นภาพความยุ่งยากในขณะที่ฝึกขับรถไหมครับ
แต่พอขับไปได้สักพัก กลายเป็นเราขับได้อัตโนมัติไม่ต้องนึกทบทวนว่าต้องทำอะไร เสียบกุญแจแล้วขับไปเลย
อันนี้เกิดจากการทำงานของสมองครับ ช่วงแรกต้องใช้สมองในส่วนเหตุและผลในการคิดและวิเคราะห์ว่าต้องทำอย่างไร แต่เมื่อสมองจำได้แล้ว ที่เหลือเป็นสมองในส่วนอารมณ์ อันนี้เป็นกลไกสำคัญของสมองเลยครับ เพราะการที่สมองสามารถทำอะไรแบบไม่ต้องคิดมาก ทำให้ลดการทำงานของสมองและสมองนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆได้ ลองคิดดูว่าถ้าตื่นมา เราต้องคิดว่าจะแปรงฟันอย่าง ต้องบีบยาสีฟันอย่างไร คงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากน่าดู แต่ชีวิตประจำวันเราแทบไม่ต้องนึกสิ่งที่ทำเป็นประจำเลย อาบน้ำ แปรงฟัน ใส่เสื้อผ้า กินข้าว ขับรถไปทำงาน กดลิฟต์ ออกจากลิฟต์ เปิดคอมพิวเตอร์ ทำงานได้เลย ทุกอย่างเกิดแบบอัตโนมัติ ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ ทำให้วันนี้เราเลยมีเวลาไปคิดทำสิ่งใหม่ ๆ ได้อยู่เสมอ ทำให้โลกเราพัฒนาต่อไปได้ ลองคิดดูว่าถ้าเราต้องเสียเวลามาเรียนรู้ใหม่ และเวลาจะทำอะไรต้องนึกวิธีที่จะทำใหม่ตลอดเวลา จะเกิดอะไรขึ้น!!
นี้คือความมหัศจรรย์ของสมอง
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments