เมืองโบราณเฟิ่งฮวงยามค่ำคืน
หลังจากที่เรานำของเก็บไว้ในโรงแรมเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินมาดูบรรยากาศ เมืองโบราณเฟิ่งฮวงยามค่ำคืน กัน เมืองนี้มีอายุนับ 400 ปี แต่ยังคงสถาปัตยกรรมจีนโบราณไว้ แต่บางส่วนที่สร้างขึ้นมาใหม่ ก็จะสร้างแนวเดิม มีแม่น้ำเล็กๆ ที่มีโรงแรมขนาบอยู่ทั้งสองฝั่ง
ยามค่ำคืนที่นี้ ไม่ใช่จะเงียบเหงานะครับ ตัวเมืองจะมีการจัดแสงสีโดยใช้หลอด LED ประดับพวกอาคารและ สะพานโบราณ กลุ่มเราเดินไปหาอะไรทานกันในร้านอาหาร ได้เจอคุณลุง คุณป้าพูดภาษาไทย เสียงดังกลุ่มใหญ่ประมาณ 8-10 คน เราเลยเข้าไปทักทายด้วยเป็นคนไทยที่มาเจอกันนอกราชอาณาจักร ทราบว่ารวมตัวกันในกลุ่มเพื่อนๆ จัดมาเที่ยวที่นี้กันเอง การไปเที่ยวกันกับเพื่อนๆ ก็เป็นเรื่องสนุกอีกอย่างหนึ่งของชีวิตและเราก็มีช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง จริงๆเราก็ไม่รู้หรอกว่าใครจะไปภพหน้าก่อนกัน ผมยังเคยคิดว่า ถ้าการใช้ line ยังไม่ out และยังคงคุยกันในกลุ่มline ใครจะเหลือเป็นคนสุดท้ายของกลุ่ม และตอนนั้นจะรู้สึกอย่างไรกันนะ……
หลังจากที่เราทานข้าวกันเสร็จแล้วก็เดินเที่ยวรอบๆ ที่นี้ไม่ใช้เมืองที่หลับใหลตอนกลางคืนนะครับ มีการเปิดผับบาร์ คึกครื้นทั้งคืน บรรยากาศเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในถนนข้าวสารอย่างนั้นอย่างนั้น ผมยัง line call ไปคุยกับลูกที่เมืองไทย โดยให้ดูบรรยากาศรอบๆ ที่นี้อากาศหนาวมากครับ แต่ก็ยังอยากจะเดินดูบรรยากาศไปเรื่อยๆ เราก็เดินตามตรอกซอย ที่เรียงรายเลียบแม่น้ำ ไปเจอร้านขายของที่ระลึก ที่ทำให้เราตลกและแปลกใจ เราไปเห็นซองใส่ต่างหู ที่เขียนเป็นภาษาไทยไว้ว่า “เครื่องประดับแฟชั่น” ไม่รู้ผลิตในจีนเพื่อส่งไทย หรือจากไทยมาขายที่จีน
จากเดินดูของฝากมาหลายร้านแต่ก็ไม่ได้ซื้อทุกร้านนะครับ เราก็มาแวะที่ร้านขายขนมขบกรอบเป็นถุงๆเพื่อเป็นของฝาก มีขนมตัวอย่างให้ชิมดู ผมลองชิมดูปรากฎว่า มีรสซ่าส์ลิ้นแบบ หม่าล่า ที่เราซื้อกินกันที่เมืองไทย แสดงว่า หม่าล่าเป็นเครื่องปรุงหลักทุกเมนูจริง กับข้าวในร้านอาหารก็ใส่ ขนมของฝากก็ใส่
เดินได้สักพักก็กลับมาอาบน้ำนอนที่โรงแรม น้ำที่นี้หนาวสุดขั้วจริงๆ ผมเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นทิ้งไว้เกือบ 10 นาที กว่าน้ำจะอุ่นไม่รู้เครื่องเสีย หรือว่าน้ำหนาวจัด แต่เพื่อนดุ้ง เอ๋ย เอ้!! มาเจอสาวไทยที่จีนต้องเรียกชื่อเล่นจริงๆ ไม่ได้รอให้น้ำอุ่นก่อน เดินหนาวสั่นออกมาเลย
เสียงดนตรีจากร้านอาหารด้านนอกยังคงดังอยู่ แต่ก็ไม่ได้รบกวนจนนอนไม่หลับ สักพักเราก็หลับตาและหลับไป
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments