เมืองโบราณเฟิ่งฮวงยามเช้า
ผมตื่นมาในยามเช้าด้วยอยากจะเห็นบรรยากาศว่าเป็นอย่างไร เลยลงมาเดินเล่นคนเดียวก่อน อากาศเย็นมากครับ แต่บรรยากาศเงียบสงบมากผิดจากเมืองคืนที่บรรยากาศนึกว่าอยู่ซอยข้าวสารเมืองไทย เดินไปสักพักเจออาม่ากำลังเอาขวดน้ำเต้าหูต้มในหม้อต้มน้ำ เพื่อให้อุ่นขึ้นเวลาทาน ผมซื้อมาดื่มหนึ่งขวด ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก แค่ยิ้มๆ ให้กันและชูนิ้วว่าจ่ายเงินเท่าไร เมืองจีนนี้ไม่เก่งภาษาอังกฤษก็มาเที่ยวได้ครับ เพราะมีแต่ภาษาจีนจริงๆ
สักพักพวกเราทั้งสี่ก็รวมตัวกันเดินรอบๆ เมืองโบราณ ผมเห็นบางที่พักใช้อาคารจีนโบราณเป็นโรงแรมเลย ดูแล้วได้บรรยากาศดี หน่องและตุ้มก็ชวนให้ไปถ่ายรูป เป็นทางเดินโบราณโดยเป็นเสาหินโผล่ เรียงเป็นแนวเหนือน้ำ สามารถก้าวเดินก้าวข้ามไปทีละก้อนได้ ตอนแรกก็หวาดเสียวเหมือนกันกลัวก้าวพลาด แต่ไม่เห็นใครจะตกสักคนเลย
และด้วยความพิเรนเหมือนเด็กๆ หน่อง ชวนผมกับเพื่อนดุ้ง ถ่ายทำวีดีโอต่อสู้กันบนทางเดินหลักหินนั้นแหละ แล้วไหนเลยผมจะไม่เล่นไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว อย่างไรคนที่ดูอยู่ก็ไม่รู้จักผมอยู่ดี ผมกับดุ้งเลยโชว์ลีลาต่อสู้บนทางเดินเสาหิน จริงๆ ก็กลัวตกน้ำเหมือนกัน ถ้าตกไปไม่ต้องนึกถึงสภาพเลย พวกนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาดูพวกเราแบบขำๆ งง บางคนก็ยกกล้องมาถ่ายการต่อสู้ระหว่างผมและเพื่อนดุ้ง ขอสุดๆกับชีวิตหน่อย ไม่รู้ว่าชาติหน้าจะมีจริงเปล่า หลังจากถ่ายทำเสร็จหน่องก็ชวนเราไปล่องเรือในแม่น้ำกัน
ค่าล่องเรือผมจำไม่ได้ว่าหัวละกี่บาท แต่คิดเป็นหลักหลายร้อยบาทต่อคน โดยจะมีเอเยนต์ ซึ่งก็เป็นชาวบ้านแถวๆนั้นเป็นคนขาย ทั้งนี้ก็มอบหมายให้ วิศวกรหน่อง เอกภาษาจีนเป็นคนต่อรอง เพราะต้องใช้ภาษาจีนล้วนๆ อังกฤษไม่เกี่ยว หน่องใช้เวลาพอสมควรในการต่อรองราคาตั๋วซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะราคาที่นี้ก่อนและหลังต่อราคาบางทีต่างเยอะมากบางครั้งเกินครึ่ง แต่ด้วยผมใจร้อนอยากรีบขึ้นเรือ คิดในใจว่าซื้อๆไปเถอะจะได้ไปกัน (ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ดี อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างครับ!!!) ขณะที่คิดอย่างนั้น ผมเองก็นึกขึ้นมาในใจว่า ทำไมเราต้องรีบร้อนละ!! เรากำลังท่องเที่ยวกับสถานที่ที่ไม่ได้มาบ่อยๆ และไม่รู้ว่าจะมาเที่ยวซ้ำที่นี้อีกเปล่า บางทีชีวิตเราก็เสพติดความเร่งรีบจนเกินไป ให้เวลาควบคุมเรามากไปจนลืมสัมผัสกับสิ่งดีๆ ที่อยู่รอบๆ ตัว ผมนึกได้อย่างนั้นก็เหลียวมองไปรอบๆ ไม่สนใจการต่อรองราคาละ เปลี่ยนเป็นการดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองจีนโบราณแบบในหนังจีน จริงๆ ตั้งแต่ผมมาถึงเมืองจีน ผมมีความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในหนังจีนกำลังภาย ที่เคยดูในตอนเด็กๆ ก็ใช่สิ!! เรากำลังอยู่ในเมืองจีน หลังจากได้ตั๋ว เราก็ล่องเรือตามแม่น้ำ หน่องเปิดเพลงจีนให้เข้าบรรยากาศ เมื่อหันไปรอบๆ มีแต่อาคารโบราณ บางหลังแม้จะสร้างขึ้นมาใหม่ เขาก็สร้างให้เป็นแบบเดิมกลมกลืนกับหลังเดิมๆ หลังจากขึ้นจากเรือก็เดินไปหาข้าวกินในเมือง เมืองนี้ก็เป็นอีกเมืองที่เจริญมีรถไฟฟ้าใต้ดินให้เดินทาง แต่เราก็เดินเท้าไปหาข้าวกันกินข้างทาง แต่ไม่เจอร้านไหนขายข้าวเลย มีแต่ ก๋วยเตี๋ยว จึงรู้เลยว่า เมืองจีนนี้กินก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารหลักจริง ๆ
หลังจากเดินสักพักก็เจอร้านขายข้าวแบบบุฟเฟ่ต์ คนละ 10 หยวน ( 50 บาท ) กินเท่าไรก็ได้ มีกับข้าววางไว้ให้ตักเอง พอเราเข้าไปกินสักพักเราก็พบว่า คนที่มากินที่นี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผู้ใช้แรงงาน ที่กำลังทำงานก่อสร้างอยู่ใกล้ๆ อาจจะเป็นเพราะราคาถูกและกินได้ไม่จำกัด เลยทำให้เป็นที่นิยมเป็นคนเหล่านี้
เติมพลังงานเรียบร้อยเราก็เดินเล่นต่อในเมือง ตามห้างต่างๆ หน่องไปแลกเงินที่ธนาคารซึ่งใช้เวลานานมาก ผมก็สงสัยว่าทำไมถึงนาน เข้าไปสังเกตใกล้ๆ จึงรู้ว่า เจ้าหน้าที่นี้ ค่อยๆ หยิบแบงค์มาดูแต่ละใบอย่างละเอียดว่าเป็นของจริงๆไหม ค่อยๆดูทีละใบจริงๆครับ ผมเคยไปแลกเงินในไทย ก็ไม่เห็นดูละเอียดขนาดนี้ พอแลกเงินเสร็จและเดินเล่นต่อสักพักเราก็พากันกลับโรงแรม เพื่อเดินทางไปสถานีรถไฟความเร็วสูงของจีน ..
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments