สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

1. เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสได้ไปนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศครั้งแรก ที่ประเทศสิงค์โปร ไปกับเพื่อนและแฟน เพื่อนๆ ผมเคยไปกันมาแล้ว แต่ตัวผมเองกับแฟนพึ่งไป ตอนนั้นก็งงว่าถ้าไปถึงแล้ว จะไปที่ต่างๆอย่างไร เพราะผมไม่ได้กับทัวร์ ได้แต่ซื้อหนังสือมาอ่าน แต่ดีที่เพื่อนผมสอนการเดินทาง ทั้งการขึ้นรถไฟและดูแผนที่ แนะนำการท่องเที่ยวว่าจะไปที่ไหนได้บ้าง ทำให้ผมได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และเห็นความแตกต่างระหว่างเมืองเขา และเมืองเรา

2. หลังจากนั้น ผมก็ยังคงได้ไปเที่ยวประเทศอื่น ๆ บ้าง ทั้ง กัมพูชา ออสเตรเลีย จีน แต่ก็ไม่ได้ไปติด ๆ กัน เคยไปลาว แต่ตอนนั้นใช้วิธีนั่งรถข้ามฝั่งไป-กลับ ในวันเดียว ประเทศลาว วัฒนธรรม ภาษาก็คล้ายๆ กัน ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร ตอนสมัยที่ผมรับราชการ หัวหน้าฝ่ายผม จัดทัวร์ไปเที่ยว เลยชวนแฟนไปด้วย ตอนนั้นยังไม่แต่งงานกัน โดยเจ้านายผมชอบเตะฟุตบอลมาก เลยจัดทีมไปแข่งกับหน่วยราชการของประเทศเพื่อนบ้านสักหน่อย แต่ส่วนใหญ่ฝั่งเราจะหุ่นท้วมๆ กัน และมีอายุระดับหนึ่ง ตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเน้นสังสรรค์ซะส่วนมากด้วย ทีมจากฝั่งไทย เรามีกัน 12 คน และผมได้ถูกไปเป็นตำแหน่งตัวสำรอง ตอนแรกตั้งใจจะลงไปเตะโชว์แฟนสักหน่อยเลยรู้สึกเสียฟอร์มนิด ๆ แต่พอพี่ ๆ ลงไปเตะได้สักพัก ก็ขอเปลี่ยนตัวให้เราลงไป และอย่างที่เกรินไว้แต่แรกว่า ไม่ค่อยฟิต ลงไปได้สักพักเหนื่อยแทบขาดใจ จนต้องเปลี่ยนกลับไปเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม พร้อมทั้งพยายามไม่สบตาเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสนาม ที่ต้องการให้เราลงไปเล่นบ้าง เพราะคนอื่นก็สภาพคล้ายกันหมด จากที่ต้องการเทห์โชว์หญิง แต่เมื่อรู้ว่าเหนื่อยเป็นอย่างไรก็มิได้ถวิลหาจะลงอีก แต่ก็ต้องสลับลงไปบ้างเป็นระยะ ๆ แบบห่าง ๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะกับประเทศมาไม่ครบทีม ส่วนทีมคู่แข่ง ทั้งฟิต และหนุ่มกว่า แบบสังขารเทียบกันไม่ติด จำได้ว่ารอบนั้น ทีมไทยโดนถล่มจนหมดสภาพจนมิกล้าจดจำสกอร์จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็สนุกดี สุดท้ายทีมลาวเลี้ยง ข้าวเหนียว ส้มตำปลาร้า กับเนื้อย่าง ปลอบใจ ส้มตำปลาร้านนี้ขอบอกเลยว่าอร่อยมากๆๆ ยังติดใจเลย พอจบเกมส์เราก็วนไปเที่ยว พระธาตุหลวง ก่อนวนกลับมาฝั่งไทยในวันเดียวกัน

3. ย้อนกลับมาจากที่ไปประเทศสิงค์โปร หลังจากไปเที่ยว 3 วัน 2 คืน ตอนนั้นยังไม่ได้สร้าง ยูนิเวอร์เซลสตูดิโอ ให้คนบินไปเล่นแบบสมัยนี้ แต่ก็ยังมีเกาะเซนโทรซ่า ไปดูอุโมงค์ปลา แต่ตอนหลังพอผมไปดูที่พารากอนบ้านเรา บ้านเราใหญ่กว่าแถมยังได้พายเรือดูปลาฉลามด้วยแบบปลาฉลามตัวเป็นๆ ว่ายอยู่ใต้เรือเรา มีครีบโผล่น้ำแบบในหนังเรื่องจอร์ โดยในใจหวังว่า ตัวที่ว่ายคงไม่ฟิตอยากซ้อมบทบาทตามหนักแสดงในหนัง

หลังจากเที่ยวครบตามกำหนดเราก็บินลัดฟ้ากลับมายังสุวรรณภูมิ สมัยนั้น low cost ก็ขึ้นลงที่สุวรรณภูมิ เข้าใจว่า สนามบินดอนเมืองตอนนั้นจะเปิดแค่ในประเทศ

และเมื่อล้อเครื่องบินแตะพื้น กำลังไหลเพื่อเทียบอาคารผู้โดยสาร สจ๊วตก็ได้มีการกล่าวอธิบายรายละเอียดการบิน และขอบคุณการใช้บริการของสายการบินทั้งภาษาไทยและอังกฤษ แต่มีประโยคสุดท้ายที่กล่าวเป็นภาษาไทยจนผมจำได้ทุกวันนี้

“…. สำหรับคนไทย ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ….”

ใช่ ตอนนี้ผมได้กลับบ้านแล้ว ไม่ใช้เพียงอาคารที่ผมมีอาคารกันแดดกันฝน แต่ทั้งพื้นที่ ผืนแผ่นดินไทย คือ “บ้านของเรา”

ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.