โทโยคาซึ สึรุตะ เขียน ณิชยา เกียรติงาม แปล
เคยไหมครับ เวลาเราจะเริ่มทำอะไรสักอย่าง จะรู้สึกว่ายากลำบากมาก เช่นการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก อยากจะเรียนภาษาเพิ่ม มีแผนอะไรหลายๆอย่าง แต่ทำไมถึงเริ่มได้ยากจัง เพื่อให้ง่ายต่อการเริ่มสิ่งเหล่านี้ จึงขอสรุปหนังสือเล่มนี้ให้นะครับ แต่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ถ้าอยากจะได้รายละเอียดเพิ่มเติมอาจจะต้องหาอ่านเพิ่มขึ้น เริ่มเลยนะครับ
.
- เคยไหมครับเวลาเราไปอบรมสัมมนาอะไรสักอย่าง กลับบ้านมาแล้วจะรู้สึกฮึกเหิม มีไฟโชติช่วงอยากทำโน่น ทำนี้ไปหมด แต่สุดท้ายปรากฏว่า พอเวลาผ่านไป ไฟหมด หมดแรงทำ ต้องไปสัมมนาอีกรอบ และอีกสักพักก็จะหมดอีก แต่จริงๆแล้วเราเคยมองในมุมว่า การปลุกไฟในมุมนี้ จะเหมือนกับการวิ่งระยะสั้น คือวิ่งๆ แล้วหยุด ซึ่งถ้าทำแบบนี้ตลอดเวลาเราก็จะรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แต่จริงๆ ชีวิตคนเราเป็นการวิ่งระยะยาว แบบมาราธอน ไม่ต้องเร่งก็ได้ แต่ต้องไปเรื่อยๆ อย่าหยุดก็แล้วกัน
. - ถ้าเราทำอะไรที่เราไม่ฝืนใจ เราก็จะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราทำไปด้วยความหลงใหล แต่ถ้าฝืนทำเราก็จะไม่สนุกและหมดไฟในการทำงาน ถ้าเกิดสถานการณ์แบบนี้เราอาจจะต้องมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการทำงาน
. - จากการสังเกตของผู้เขียนพบว่า คนที่จะประสบความสำเร็จได้ มี 2 สิ่งที่เหมือนๆ กัน
สิ่งแรก “ กำหนดผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ชัดเจน”
สิ่งสอง “ มั่นใจว่าตนเองทำให้เกิดผลลัพธ์ได้”
. - การประสบความสำเร็จไม่เพียงจะทำจากความหลงใหลของเราเท่านั้น เมื่อเราลงมือทำด้วยอารมณ์ที่เป็นสุข ก็จะดึงดูดความสุขอื่นๆเข้ามาหาเราเพิ่มขึ้น ตามกฎแรงดึงดูด
. - หลัก 4 ข้อ ที่ช่วยขจัด “ความรู้สึกว่าการลงมือทำเป็นเรื่องยุ่งยาก”
.
ข้อที่ 1 ลดสิ่งที่ต้องทำ คือการจัดระเบียบว่าสิ่งที่ต้องทำจริงๆ และเมื่อเราทำเช่นนี้ เราจะพบว่าจะมีงานที่หายไปพอสมควร เช่นหากเรารู้สึกว่าการล้างจานเป็นเรื่องยุ่งยาก การซื้อเครื่องล้างจานอาจเป็นทางออกเพื่อลดความยุ่งยากนั้น
.
ข้อที่ 2 พยายามไม่ติดว่า “ต้องทำ” เพราะถ้าเราทำสิ่งต่างๆด้วยความหลงใหลเราจะไม่รู้สึกว่าต้องทำ แต่ถ้าเราต้องสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้สึกว่า “ต้องทำ” เราอาจต้องกลับมาทบทวนว่าสิ่งที่ต้องทำสร้างความลำบากใจให้เราไหม และเราจะยกเลิกสิ่งเหล่านี้อย่างไร
.
ข้อที่ 3 หากเราไม่สามารถขจัด “ต้องทำ” ออกไปได้ เราก็พยายามอย่าปรุงแต่งความรู้สึกอื่นเพิ่มเข้าไป แค่ทำไปเพียงเท่านั้น อย่าไปคิดอะไรมาก
.
ข้อที่ 4 หากเราไม่รู้ว่าจะเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร เราอาจต้องลงมือทำไปก่อน เพื่อหาหนทางต่อไป
. - ถามตัวเองว่า “เราจำเป็นต้องทำสิ่งนี้หรือไม่.” เช่นถ้าเราต้องการจะลดน้ำหนัก ตอนนี้เราอาจจะใช้วิธีการวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก แต่จริงๆเราอาจจะไม่ชอบวิ่งก็ได้ ดังนั้นเราก็อาจจะเปลี่ยนไปหากิจกรรมอื่นเพื่อเป็นการออกกำลังกายที่ควบคุมน้ำหนัก เช่นการตีแบด เล่นฟุตบอล หรืออื่นๆที่เราชอบ
.
ข้อที่เหลือจะต่อใน post หน้านะครับ
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง
16 ข้อคิดจาก หนังสือเริ่มให้ได้ แล้วมันจะง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2

0 Comments