พอดีผมได้อ่านเจอเรื่อง โคดาวาริ เป็นแนวคิดหนึ่งของคนญี่ปุ่นที่น่าสน ใจ จึงขอแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ครับ
.
ลองสังเกตและพิจารณาตัวเองดูสักนิดนะครับ ว่าตนเองเป็นคนแบบไหนเมื่อทำงาน
1 เมื่อเราทำงานได้ผลงานที่ดีแล้ว เรามักจะพึ่งพอใจในผลงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นงานยิ่งใหญ่อะไรก็ได้นะครับ เช่นเราอาจจะวาดรูปแล้วพอใจในผลงานที่เราวาดได้ เราเรียนได้ เกรด 4 80 % พอดี ก็ได้ เราทำอาหารอร่อยระดับหนึ่งซึ่งใครๆ ก็ชอบ เราร่างหนังสือแล้ว เราก็รู้สึก ว่าเขียนใช้ได้ละ เข้าใจง่าย ได้ใจความ
.
2 หรือเราเป็นแบบขออีกนิด เช่นวาดรูปแล้วขอ เพิ่มเติมสีสันขึ้นอีกหน่อยน่า จะได้สวยมากขึ้น เรียน เกรดสี่ ก็ดีแล้ว แต่ขอสัก 90% up ถ้าให้ดี 100% ไปเลย สิ่งที่ทำน่ากินอยู่แล้ว แต่ขอเพิ่มเทคนิค ปรับรสชาติหน่อยให้ดียิ่งขึ้น ไปอีก หนังสือที่เขียนขอแก้คำให้ไพเราะกว่านี้ อีกหน่อย เพราะรู้สึกยังไม่โดนเต็มๆ
.
ไม่ทราบ เพื่อนๆ ผู้อ่านเป็นแบบไหนครับ ลองตรึงตรองหน่อย ติ๊กต็อก ติ๊กต็อกๆๆๆ
ถ้าท่านเป็นแบบ ข้อ 1 เราเป็นแบบประเภทเดียวกันครับ เอาแค่พอดีระดับหนึ่งก็พอ ผมเป็นคนแบบว่าแค่นี้ก็พอแล้ว
แต่ถ้าท่านเป็นแบบ ข้อ 2 ท่านเป็นประเภท โคดาวาริ ครับ แนวคิดนี้มักจะแพร่หลายในญี่ปุ่น อย่างเช่น เราจะรู้ว่า ราเม็งในญี่ปุ่น มีหลากหลาย แต่ละร้านก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เพราะแต่ละร้านก็จะพยายามพัฒนาเทคนิคเพิ่มให้มีความแตกต่าง ถึงแม้จะเป็นราเม็งเหมือนกัน ก็จะมี detail ต่างกัน เพราะแต่ละร้านจะทำให้ตัวเองมีเอกลักษณ์ความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร หรือแม้แต่การปลูกเมล่อน แต่ละที่ก็จะมีเทคนิคที่แตกต่างกัน บางที่ก็ใช้วิธีเมื่อมีลูกเมล่อนขึ้นมาในต้นเดียวกันหลายลูก ก็มักจะตัดทิ้งเก็บไว้เพียงลูกเดียวเพื่อให้ลูกนั้นได้รับสารอาหารมากที่สุดและมีรสชาติที่ดีที่สุด และมักจะแพงต้นๆด้วย อิ อิ
ถ้าเราจะบอกว่า โคดาวาริ เป็นพวกชอบความสมบูรณ์แบบก็เหมือนจะได้นะครับ แต่จริงๆ ถ้าพิจารณาอีกทีจะพบว่า ยังมีความแตกต่างกันอยู่ดี เพราะ โคดาวาริ จะไม่พึงพอใจถึงความสมบูรณ์แต่จะพยายามหาทางให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่มีที่สิ้นสุด ทีละนิดก็ยังดี เราจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าอะไรดีที่สุด เพราะจะมีแต่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
มาถึงตรงนี้ไม่ทราบ เพื่อนๆท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไร กับแนวคิดนี้ของคนญี่ปุ่น ลองแชร์กันได้นะครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานและใช้ชีวิตกันครับ
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments