สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

บทความ “บัตรใบเก่า” เขียนโดยเฟิร์สเองครับ…

ของตกหมดละ!!!
เป็นนิสัยของผม ที่เวลาหาของในกระเป๋าสตางค์และบัตรต่างๆ ก็มักจะล่วงลงมา ต้องรีบหยิบเพราะฝนที่ตกพึ่งหยุดไป พื้นกำลังเฉอะแฉะ ค่อยๆหยิบแต่ละอย่างขึ้นมา บัตรประชาชน ใบขับขี่แบบกระดาษรุ่นเก่าที่เปื่อยๆ เดี๋ยวนี้เขาให้ทำแบบบัตรแข็งกันแล้ว แต่ผมก็ยังไม่เปลี่ยนสักที พอโดนตำรวจเรียกดูทีไร คุณตำรวจก็มักจะบอกว่าทำไมไม่เปลี่ยนละ เปื่อยหมดแล้ว ทำฟรีด้วย ในใจก็คิดทุกครั้งว่าจะทำใหม่ ก็มีเหตุให้ผลัดไปได้ทุกที

ฝนทำท่าจะตกอีกแล้ว ต้องรีบไปละเดี๋ยววันนี้มีนัดสำคัญ แต่พอเหลือบไปเห็นใบอีกใบที่พื้น อ้าว ใบ ก.ว. หรือ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ด้านวิศวกรโยธา เกือบลืมไปเลย หายละแย่เลย ถึงแม้เดี๋ยวนี้จะไม่ได้ใช้ใบอนุญาตนี้แล้ว แต่จะพกติดตัวเสมอ คอยดูว่าเมื่อไรหมดอายุ ก็จะรีบไปต่อก่อนหมดอายุ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ประกอบอาชีพนี้แล้วก็ตาม…

อาชีพวิศวกรโยธา ใช่เป็นอาชีพที่เราต้องการเป็นแต่ต้นหรือเปล่าน่า…

ตอนเด็กผมอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะชอบดูการทดลองต่าง ๆ และความรู้เกี่ยวกับวิทยาการใหม่ๆ เคยโม้กับครูสมัยเด็กๆ ด้วยว่า ผมจะสร้างยานอวกาศแล้วขับมารับครูด้วย ครูก็ไม่ได้ขัดความฝันของผม แถมยังหัวเราะดีใจไปกับผมด้วย ขอบคุณครับครูที่ไม่เคยขัดจินตนาการของเด็ก

แต่เท่าที่จำความได้พ่อก็บอกให้ผมเป็นวิศกรโยธา เป็นนายช่างควบคุมการก่อสร้างสร้างถนน เป็นนายช่างแขวงการทาง พูดกับผมทุกวันจนฝังเข้าไปในสมอง เริ่มพูดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ พูดจนผมอยากเป็นจริงๆ ขึ้นมาละสิ แต่ก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่เกือบทำให้ไม่ได้เป็นวิศวกรโยธา

สมัยผมเรียนชั้นมัธยมที่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม ทั้งที่ผมเป็นคน อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องจากสอบติดที่นี้ได้ตั้งแต่ ม.1 เลยนั่งรถเมล์สาย 81 ไปเรียน อืม… จะว่านั่งก็ไม่ได้นะ ส่วนใหญ่ก็ยืนตลอดแหละ บางทีโชคดีหน่อยถ้ามีคนมากจนล้นออกมานอกรถ ก็เคยมีโอกาสขึ้นไปนั่งเล่นบนหลังคา รถเมล์สาย 81 เป็นบางครั้ง ลมก็เย็นดีนะ แต่พอย้อนกลับมาคิด ถ้ารถเทกระจาดขึ้นมา คงมีไปพบท่านพญายม ก่อนที่จะมาได้เล่าเรื่องนี้แน่

ชีวิตการเรียนตอนนั้นก็สนุกดี ทำกิจกรรมทุกอย่าง ทั้งดนตรี กีฬา เรียนก็เรื่อยๆ ผมไม่ได้เป็นเด็กเกเรอะไร ค่อนข้างเป็นเด็กที่ชอบทำกิจกรรมมากกว่า แต่พอจนถึง ม.4 วิชาที่เรียนเริ่มยากขึ้น ประกอบกับผมไม่ค่อยอ่านหนังสือทบทวน พอคะแนนปลายภาค ม.4 เทอม 2 ออกปรากฎว่า ผมตกเลข ใช่ครับ ตกเลข วิชาหลักที่เตรียมสอบเข้าคณะวิศวะ ด้วย ตอนนั้นเริ่มมีความคิดละว่า แล้วเราจะสอบติดมหาวิทยาลัยไหม ไม่ต้องคิดถึงสอบติดคณะวิศวะ คณะยอดฮิตสมัยนั้นด้วยนะ

ทำอย่างไรละทีนี้ แต่ชีวิตเลยต้องตามหาความฝัน …. คิดเป็นเสียงพี่ตูน บอดี้สแลม กันละสิ ยังครับ สมัยนั้นพี่ตูนน่าจะอยู่ ป.6 อยู่เลยมั่ง ลอง serch ใน google แล้ว พี่ตูนอายุน้อยกว่าผมตั้ง 4 ปี

แต่ผมตอนนั้น ผมก็เริ่มคิดถึงความฝันและความจริงละ เนื่องจากสองสิ่งนี้ชักจะไม่สัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ

และการตัดสินใจ ที่เด็ดเดี่ยวหรือบ้าบิ่น บางคนก็ให้ตัดคำบิ่นออกไป เพราะผมลาออกมาสมัครเรียนระดับ ปวช.ปี1 ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเทียบกับระดับ ม.4 หมายถึงผมต้องเรียนซ้ำระดับ ม.4 อีกรอบ สาเหตุกลัวเรียนต่อไปก็คงสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ อืม …..

ตอนเรียน ปวช เรื่องเรียนก็ไม่เท่าไหร่หรอก ผมก็เรียนได้เรื่อยๆ ตามสไตล์ของผม แต่พอเรียน ปวช.ปี 1สักครึ่งเทอม ยังไม่ทันจะขึ้นปีสอง เริ่มรู้สึกตัวที่เรียนคงไม่ใช่อีก เพราะการจะเรียนช่างต้องถนัดปฎิบัติ ตัวเราถนัดนั่งคิดคำนวณเป็นตัวเลขมากกว่า .. ช่างกล้าพูด พึ่งตกเลขไป แต่จะถอยกลับก็ไม่ได้ เพราะลาออกจากโรงเรียนมัธยมที่เดิมมาแล้ว ครั้นจะขอโรงเรียนเดิมเข้าไปเรียนใหม่ เขาก็คงไม่ให้ แต่ในใจก็เริ่มคิดจะไม่เรียนช่างต่อละ พอเรียนเทอม 2 ได้ สักเดือน รู้สึกว่าอย่างไรก็ไม่ใช้ เลยลาออกอีกรอบ แต่จริงๆ ผมก็มีแผนสำรองในใจแล้ว ตอนผมอยู่ ม.4 ผมสามารถสอบเทียบได้ ม.6 ซึ่งตอนผมเลือกวิชาตอนสอบเทียบนั้น ก็เลือกวิชาที่ไม่ได้ยากมาก เลยสามารถจบมาได้แบบเกรดพอผ่าน แต่นั้นแหละความรู้จากการสอบเทียบไม่มีผลกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลย

พอผมลาออกมา ผมอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลัง ไปลงเรียนพิเศษแต่ก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเป็น “คอร์สสรุป ม.4- ม.6 ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย” แต่อย่าลืมว่าผมตกเลขมานะ ไม่มีอะไรให้ต้องสรุป ไม่ต้องพูดถึง ฟิสิกส์ เคมี นะ ไปกันใหญ่เลย ผมจึงใช้หลักการเรียนง่ายๆว่า ถ้าสัปดาห์นี้ที่ไปเรียนพิเศษจบบทไหน ผมก็จะไปอ่านเองให้รู้เรื่องให้ได้ ทันตามห้อง เอาละต้องเริ่มตั้งเป้าหมายละ

และด้วยความพยายามอย่างบ้า(บิ่น) ผมก็สามารถสอบเข้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา มหาวิทยาลัยมหิดลได้ ขอสารภาพตามตรงเลย ตอนอ่านหนังสือสอบนี้ท้อสุดๆ เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ถึงแม้จะเคยเรียนม.4 มาตั้งหนึ่งปี การอ่านสอบเข้ามหาวิทยาลัยเองนั้น ผมต้องอ่านบทหนึ่ง 3-5 รอบกว่าจะเข้าใจ ลึกซึ้งกับคำว่าน้ำตาตกในเลย เวลาผมเล่าให้น้องๆ ที่อยากจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยฟัง ผมจะเน้นเสมอว่าฟังได้ไม่ต้องทำตาม เรียนในโรงเรียนปกตินะดีแล้ว เพราะนอกจากจะได้เรียนตามหลักสูตรปกติแล้ว ยังมีเพื่อน มีครู ให้ถามเวลาไม่เข้าใจ การที่พยายามอ่านให้เข้าใจเองเป็นเรื่องที่เหนื่อยสุดๆ

แต่เวลาที่ต้องใช้เรียนในม.ปลายปกติ 3 ปี กลายเป็นผมใช้เวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นก็เข้ามหาวิทยาลัยได้

หลังจากจบมหาวิทยาลัย และทำงานเอกชนได้ประมาณครึ่งปี ผมก็สามารถสอบบรรจุ เป็นข้าราชการ ตำแหน่ง วิศวกรโยธา ในสังกัดของกรุงเทพมหานครได้ โดยได้เป็นวิศวกรควบคุมการสร้างถนน สะพาน ตามที่พ่ออยากให้เป็น ชีวิตรับราชการก็ดีครับไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าพอมาถึงจุดๆ หนึ่ง ก็รู้สึกว่าความฝันที่อยากเป็นได้มาถึงจุดที่อิ่มตัวแล้ว อยากไปตามหาความฝันต่อไป.. ช่วงนี้พี่ตูน ออก เพลงความเชื่อ แล้วนะครับ อิ อิ เลยถึงเวลาที่ต้องตามหาความฝันต่อ ผมเลยลาออก มาเปิดโรงเรียนกวดวิชา ตอนนี้ยังคงทำอยู่ และมีความสุขดีครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยังทำอีกนานเท่าไร หรืออาจจะมีความฝันบางอย่างเกิดขึ้นแล้วอยากให้ค้นหาต่อไปอีกก็ได้

วันนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่า สิ่งที่ทำ ณ ตอนนี้ใช่สิ่งสุดท้ายที่อยากทำหรือเปล่า หรือยังมีอะไรที่น่าท้าทายให้กับตัวเองอีก แต่ถ้ารู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่หลายๆ วันติดกัน นั้นคงเป็นวันที่ต้องเปลี่ยนวิถีตัวเองใหม่

เราไม่สามารถบอกว่าอะไรที่เกิดขึ้นในอนาคต เรารู้เพียงแต่ว่า ผลจากปัจจุบันเกิดจากอดีตที่เชื่อมต่อกัน เราเป็นได้แต่เพียงผู้คาดการณ์ แต่อนาคตก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนต่อไป ใบ ก.ว. ที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ ก็เป็นสิ่งที่เตือนให้ผมรู้ว่า ผมก็เคยได้สิ่งที่ฝันไว้นั้นมา ถึงแม้จะเป็นความฝันที่พ่อผมจะช่วยสร้างด้วย แต่ก็เป็นความฝันที่ผมมีความสุข

ผมหยิบใบ ก.ว.ขึ้นมา ดีนะที่ไม่เปื้อนดิน ใส่บัตรกลับในกระเป๋าสตางค์ พร้อมกับลุกเพื่อเดินต่อ เพื่อเดินค้นหาความฝันต่อไป

ขอบคุณที่ติดตามครับ
เฟิร์สเล่าเรื่อง

**ขอบคุณท่านผู้ติดตามที่อ่านมาจนจบ ถ้าท่านมีสิ่งที่แนะนำเพิ่มเติมใน “เฟิร์สเล่าเรื่องเอง” โปรด inbox มาให้ความเห็นด้วยครับ จะได้นำไปปรับปรุงต่อไป จะขอบคุณอย่างสูงครับ


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.