ผมได้มีโอกาสไปนั่งสมาธิที่วัดสวนแก้วเรื่อยๆครับ จะมีจัดในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน และมีอาจารย์ฝึกสมาธิ จากสถาบันจิตตานุภาพ ที่ก่อตั้งโดยหลวงพ่อวิริยังค์ มาสอนให้ที่วัดสวนแก้ว ทำให้เจอเพื่อนๆ กัลยาณมิตรเพิ่มหลายท่านครับ
พอดีเมื่อครั้งก่อน ผมได้คุยกับคุณป้าคนหนึ่ง ที่เข้ามาศึกษาธรรมะที่วัดสวนแก้ว และได้เข้ามาฝึกสมาธิด้วยในวันเดียวกัน คุณป้าขาไม่ค่อยดีๆ ต้องค่อยๆเดิน ผมก็ทักทายกันตามประสาคนปฎิบัติธรรมด้วยกัน ป้าเลยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังบางส่วนครับ
คุณป้าเล่าว่า สาเหตุที่เข้ามาเข้าวัดนี้ก็เพื่อให้จิตใจมีความสงบเกิดขึ้น เนื่องจากปัญหาชีวิต ทั้งที่เลิกกับสามี ซึ่งเรามักเจอบ่อยๆ ในสังคมปัจจุบันนี้ แต่สิ่งที่สะเทือนใจคุณป้ามากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องลูกชายมากกว่า คุณป้าเล่าว่า ลูกชายได้ทำงานที่บริษัทแล้วบริษัทเกิดล้มละลายเพราะพิษของโควิดจึงทำให้ตกงาน หลังจากนั้น ลูกชายก็ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งซึ่งต้องทำการรักษาตัว แต่ด้วยอาจจะทนความเจ็บปวดไม่ไหว ทำให้ลูกชายได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายต่อหน้าคุณป้า…….
พอฟังถึงตรงนี้ ด้วยความเป็นพ่อแม่คน รวมทั้งคนที่เป็นพ่อแม่คนทำกำลังอ่านตอนนี้ คงไม่ต้องบรรยายความรู้สึกนะครับว่ามีความรู้สึกกันอย่างไร คนที่มีลูกและรักลูกจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีความสุข การจากตาย เป็นเรื่องปกติของวิสัยมนุษย์ แต่อย่างไรคนเป็นพ่อแม่ย่อมอยากจากไปก่อนที่ลูกจะจากเรา แต่ถ้าการเรียงลำดับไม่เป็นเช่นนั้น ลูกไปก่อนผู้ให้กำเนิด ย่อมนำพาความเสียใจให้กับพ่อแม่ และยิ่งกรณีนี้จากไปต่อหน้าต่อตา โดยการตัดสินใจเองของลูกชาย ย่อมทำให้มารดาเสียใจอย่างยิ่ง
จากเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ทำให้คุณป้าเสียใจจึงหันมาพึ่งพาธรรมะของพระพุทธเจ้า และได้มีโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้กับหลวงพ่อพระพยอมฟัง คุณป้าได้เล่าว่า เมื่อหลวงพ่อได้ฟังเรื่องราวแล้ว เลยเอ่ยกลับว่า
“คนตายไปแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว…”
พอผมได้ยินที่คุณป้าเล่าดังนั้น เลยทำให้คิดได้ว่า ใช่ตามที่หลวงพ่อพูดเลย เรามักจะได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ชีวิตก็เหมือนกับสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ”
เมื่อมีคนที่รักได้จากลาไปอีกโลกหนึ่ง ย่อมทำความเสียใจให้กับคนที่อยู่ ต่อให้คนที่อยู่เสียใจอย่างไร ร้องไห้อย่างไร ทุกอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนย้อนมาได้ สิ่งที่ทำได้ คงมีเพียงทำสิ่งในปัจจุบันให้ดีต่อไป กลับมาอยู่ ณ ขณะนี้ และดูว่าเราจะใช้ชีวิตที่เหลือให้มีประโยชน์แก่ผู้อื่นอย่างไร เพราะในท้ายสุด เราเองก็ต้องเป็นผู้จากลาโลกนี้ไปด้วยเช่นกัน
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments