สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

1. ชั้นที่ 1 ข้างในสุด สมองกิ้งก่าหรือสัตว์เลื้อยคลาน ถ้าสังเกตสัตว์ชนิดนี้ดูเหมือนจะไม่อารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อน คือถ้าเกิดความหิว ก็ออกไปล่า ออกไปกิน อยากผสมพันธุ์ก็ไปผสมพันธุ์ อยากทำอะไรก็ทำ แต่เป็นสมองที่ช่วยควบคุมการหายใจ การเต้นของหัวใจ

2. ชั้นที่ 2 ถัดขึ้นมา เป็นสมองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จะแสดงอารมณ์ ความรัก ความเศร้า ความโกรธ รวมถึงระบบความจำที่สำคัญชื่อว่า ระบบลิมบิก ซึ่งเป็นระบบความจำ ถ้าให้แยกให้ชัดระหว่างสัตว์เลื้อยคลานกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลานปกติจะเลี้ยงลูกแต่ถ้าลูกมันตายมักจะไม่เดือดร้อนเท่าไรหรือบางทีก็กินลูกของตัวเองคือไม่ค่อยมีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีการแสดงออกมามากกว่าเช่น หมาเวลาเจ้าของจะดีใจกระโดดใส่ ซึ่งเราคงไม่เคยให้กิ้งก่าที่ถูกเลี้ยงกระโดดใส่เจ้าของ นอกจากคนเลี้ยงงูที่อาจจะมีกระโดดฉก

3. ชั้นที่ 3 สมองลิง เป็นชั้นบนสุดเกี่ยวข้องกับการใช้เหตุผล การอยู่ร่วมกันซึ่งเราจะเห็นว่า ลิงจะอยู่กันเป็นฝูงและมักจะมีการปกคองแบบลำดับชั้น แต่ของคนยังพัฒนามากกว่านั้นในสมองส่วนหน้าสุดแถวหน้าผาก ที่เรียกว่า Prefrontal Cortex ซึ่ง ทำให้เราวางแผนได้เช่น ถ้าเราต้องการกะเทาะหินเพื่อสร้างขวานมือ เราจะวางแผนว่าต้องทำอย่างไร ซึ่งพวกลิงจะทำไม่ได้ และยังเป็นส่วนที่ใช้ในการตัดสินใจ และการเข้าสังคมด้วย

บางครั้งถ้าสมองเสียหาย จะทำให้พฤติกรรมเราเปลี่ยนไป เช่นบางคนเมื่อสมองส่วน Prefrontal Cortex ถูกทำลาย จากคนที่สุภาพเรียบร้อยกลายเป็นคนหยาบกระด้าง พูดจาหยาบคาย

ที่ผมนำเรื่องระบบสมองมาเล่า เพราะเราอาจจะเข้าใจตัวเองว่า ทำไมตอนนั้นเราถึงคิดแบบนี้ หรือพฤติกรรมแบบนี้ บางทีเราอาจจะถูกสมองของสัตว์ก่อนหน้าเรามาควบคุม เพราะถึงแม้จะแยกเป็นชั้นๆออกมา แต่จริงๆ การทำงานพร้อมกันทุกๆส่วน ถ้าเราสามารถใช้สมองส่วนที่ยับยั่งชั่งใจได้มาก เราก็อาจตัดสินใจได้ดีขึ้น แต่ถ้าเราทำอะไรผิดพลาด อาจเป็นเพราะสมองส่วนกิ้งก่ามาควบคุมเรามากเกินไป

ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

เนื้อหาและภาพประกอบ อ้างอิงจากหนังสือเรื่องเล่าจากร่างกายเล่ม 2 โดย นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.