ถ้าเปรียบ “เวลา คือ แม่น้ำที่ไหลไปไม่มีวันกลับ” ก็คงจะไม่ผิดเพี้ยนไปกว่านี้
เคยไหมครับ ที่ในใจเราคิดว่าถ้าเราทำแบบนี้ น่าจะดีกว่าเราในตอนนี้ ….
ถ้าตอนนี้เราไม่ลาออกจากงานเดิม เราน่าจะตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น….
ถ้าเรายังคบกับคนเก่า ชีวิตเราอาจจะดีกว่านี้…
ถ้าตอนนั้นเราลงทุนซื้อเหรียญคริปโตอันนั้น ป่านนี้เราคงรวยอื้อ…ฯลฯ
ผมเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะเคยมีคำถามในใจแบบนี้บ้างไม่มากก็น้อย แต่พอได้มีโอกาสได้อ่าน หนังสือ ชีวิตเรามีแค่สี่พันสัปดาห์ ทำให้รู้ว่าไม่ว่าจะเป็นทางเลือกใดก็เป็นทางที่เราเลือกไปแล้วไม่อาจจะย้อนกลับได้ เพื่อนผมคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า ไม่ว่าการตัดสินใจเราเป็นอย่างไร ก็ให้ถือว่าดีที่สุดแล้วสำหรับการตัดสินใจ ณ เวลานั้น
เอาเข้าใจจริง ๆ เราเองก็บอกไม่ได้ว่า ถ้าเราย้อนกลับไปเปลี่ยนการตัดสินใจ ณ ตอนนั้นๆได้ ชีวิต ณ ตอนนี้ จะยังคงเป็นสิ่งที่น่าพึ่งพอใจหรือไม่ เพราะอาจจะมีปัจจัยอื่นๆที่เราไม่เห็น ไม่สามารถกำหนดได้เพิ่มขึ้นมา
ผมได้ลองคิดการทดลองขึ้นมา ถ้าเราเอาน้ำหยดบนแผ่นไม้กระดานเรียบๆ และพยายามเอียงกระดาษให้ไหลเป็นเส้นตรงตามทิศที่เราต้องการ เพื่อนๆว่า จะไหลตรงๆไหมครับ… อาจจะไหลตรงๆก็ได้ หรืออาจจะมีการหักเหเลี้ยวเบน ลำน้ำโค้ง ไม่เป็นตามที่เราคิดไว้ สาเหตุอาจจะมีรอยของกระดาน ความไม่เรียบของกระดานที่เรามองไม่เห็น
ชีวิตคนก็แบบนี้แหละครับ ต่อให้เรากำหนดอะไรไว้ดีที่สุดแล้ว อาจจะมีตัวแปรที่เราคาดไม่ถึงทำให้แผนชีวิตเราเปลี่ยนได้ และไม่เป็นไปตามเส้นตรงตามที่เราคิดไว้
สิ่งที่เราเลือกได้ คือพึงพอใจกับสิ่งที่เรามีอยู่ ณ ปัจจุบัน และสิ่งที่เราเลือกไปแล้ว แต่ถ้าเราต้องการเปลี่ยนแปลงก็ลองทำดูได้ครับ พยายามอย่างเต็มที่ ถ้าได้ผลเป็นที่พอใจก็แสดงความยินดีกับชีวิต แต่ถ้าไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ ก็ไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเราไม่รู้ว่ากระแสแห่งเวลา มีอะไรจะมาสะดุดเปลี่ยน ชะลอ การเดินทางของเราบ้าง
ขอเป็นกำลังใจกับทุกคนที่ร่วมเดินทางกันมา ถึง ณ เวลาที่อ่านตอนนี้ และกำลังเดินทางต่อไป และยินดีที่เราได้ร่วมเดินทาง ณ ช่วงเวลาเดียวกัน
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments