จากการที่ผมสอนกวดวิชาให้กับเด็กๆ ตั้งแต่ ป.4 จนถึงระดับ สอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้มีคุยกับเด็กๆ และพบว่าน้องๆ สมัยนี้จะจับหนังสือเป็นเล่มๆ น้อยลงกว่าแต่ก่อน สมัยผมเป็นเด็กๆ ผมจะมักมีความสุขในการเข้าห้องสมุด อย่าคิดว่าจะนั่งอ่านหนังสือเรียนนะครับ
ผมไม่ใช่เด็กเรียนขนาดนั้น ที่ผมชอบอ่านคือหนังสือการ์ตูนวิทยาศาสตร์ครับ ในห้องสมุดมีเต็มเลย
ผมก็เหมือนกับเด็กๆทั่วไปในสมัยนั้น วิ่งเล่น เตะบอล และอ่านหนังสือการ์ตูน หนังสือการ์ตูนที่ผมชอบในสมัยนั้นคือโดเรม่อน ผมชอบขอเงิน พ่อ แม่ ยาย ไปซื้ออ่านประจำ ไม่ว่าหนังสืออะไร ผมได้เงินไปซื้อเสมอครับ แต่ของเล่นนี้ว่ากันเป็นอย่างๆ
ผมเชื่อสนิทใจเลยว่า ที่ประเทศญี่ปุ่นพัฒนาได้ไกล มากๆ ทั้งๆที่แพ้สงครามโลกก็เพราะการ์ตูนนี้แหละ อย่างหนังสือโดเรม่อนทำให้เด็กๆมีความคิดสร้างสรรค์และต้องยอมรับว่าวิวัฒนาการเดี๋ยวนี้ ยังพัฒนาไปไกลกว่าการ์ตูนอีก อย่างเช่น ตอนที่ โดเรม่อน มีกล้องวิเศษ ถ่ายภาพออกมา แล้วสามารถเก็บภาพได้เป็นภาพเคลื่อนไหว สมัยเด็กๆ แค่ถ่ายรูปแล้วเอาฟิมล์ไปล้างก็เจ๋งแล้ว แต่ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้เรามีเทคโนโลยี cloud ที่สามารถเก็บคลิปวีดีโอ และเรียกมาดู ผ่านมือถือเมื่อไรก็ได้ที่เราต้องการ แม้แต่เด็กอนุบาลก็ยังใช่เป็นเลย ถ้าการ์ตูนเกี่ยวกับกีฬา อย่างเช่นเรื่อง ซึบาสะ ก็ทำให้ญี่ปุ่นไปโลดแล่นในฟุตบอลโลก ถึงแม้ว่าแต่ละคนของญี่ปุ่นจะเตะลูกยิงพิสดารแบบในการ์ตูนไม่ได้ก็เถอะ
และด้วยเทคโนโลยี ทาง social เหล่านี้ ทำให้เราสามารถสืบค้นข้อมูลได้ง่ายขึ้น มีวีดีโอประกอบ เห็นภาพได้ง่ายโดยไม่ต้องจินตนาการเอง
แต่นั้นแหละครับ ที่ผมจะมาคุยวันนี้ เทคโนโลยีเหล่านี้มักจะทำให้น้องๆ หลายคนเข้าใจ และเชื่อตามคลิปวีดีโอ ซึ่งหลายๆ อันก็มีคุณภาพ มีหลักฐานอ้างอิง แต่บางครั้งก็ทำขึ้นมาลอยๆ และทำให้เข้าใจองค์ความรู้ไม่ถูกต้องได้ เพราะการลงวีดีโอหรือเนื้อหาต่างๆ ผ่าน social ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบอะไร เป็นรูปแบบที่สำเร็จรูป ซึ่งต่างจากหนังสือที่ต้องมีกองบรรณาธิการกลั่นกรองอีกชั้น
ถ้าเป็นความรู้จากหนังสือ เวลาอ่านจะต้องคิดตาม สมองจะมีขบวนการค่อยๆเรียนรู้ และจินตนาการ บางครั้งอ่านแล้วไม่เข้าใจก็จะต้องอ่านทบทวนหน้าก่อนๆ หรือบรรทัดก่อนหน้า เพื่อดูที่มาที่ไปของความรู้นั้นๆ ทำให้เราซึมซาบได้ลึกซึ้งและเข้าใจได้ดีกว่า แม้ว่าหนังสือที่เราอ่านจะเป็นหนังสือนิยายก็ตาม ถ้าใครเคยอ่านหนังสือนิยายและไปดูหนังภาพยนตร์ เราจะรู้เลยว่าบางทีก็เหมือนหนังคนละม้วน ด้วยที่ว่าภาพยนตร์มีข้อจำกัดเรื่องเวลาฉาย และเทคนิคการถ่ายทำ ทำให้ต้องตัดบางตอน หรือดัดแปลงเนื้อเรื่องให้แตกต่างจากหนังสือ ไม่ใช่ว่าหนังภาพยนต์จะไม่ดีนะครับ เพียงแต่ว่าจะมีความแตกต่างจากการอ่านหนังสือและจินตนาการเรื่องราวตามประสบการณ์ที่เราเคยเจอ
โดยส่วนตัวเองจริงๆ แล้ว ผมก็ชอบดู youtube พวกรายการท่องเที่ยว หรือวิทยาศาสตร์นะครับซึ่งมีบางคนก็อธิบายความรู้ได้ดีทีเดียวเพียงแต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาเพื่อไม่ให้คนดูเบื่อ ก็ต้องมีการย่นย้อบางอย่าง ส่วนใหญ่ผมจะดูเป็นไกด์ไลน์ เพื่อจะได้ไปหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมต่อไป
ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ เพื่อนๆ มีความคิดเห็นเพิ่มเติมอย่างไร ลอง comment กันดูนะครับ
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments