เรามักจะได้ยิน ว่าคนที่จะสำเร็จเป็นเจ้าของกิจการได้ จะต้องกล้าเสี่ยง ต้องลาออกจากที่ทำงานเดิม ต้องลาออกก่อนเรียนจบ แล้วมาลุยทำธุรกิจ จริง ๆ แล้ว ที่เราฟังมาถูกหรือเปล่า !?!
หลังจากได้คิดค้นคอมพิวเตอร์ Apple I สตีฟ วอซเนียก ผู้ร่วมก่อตั้งกับ สตีฟ จ๊อปส์ ในปี 1976 ยังทำงานเป็นวิศวกรประจำที่ ฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด ต่ออีกหนึ่งปี
ฟิล ไนต์ เจ้าของแบรนด์ Nike เริ่มขายรองเท้าวิ่งตั้งแต่ปี 1964 แต่ยังคงทำงานประจำเป็นนักบัญชี จนถึงปี 1969
แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน ได้ค้นพบและสร้าง google ขึ้นมาขณะที่เรียนปริญญาเอก ตอนปี 1996 แต่ก็ยังไม่ได้ลาออกจนกระทั่งเรียนจบ ปี 1998 แล้วจึงมาจริงจัง กับ web ระดับโลกนี้
จะเห็นได้ว่าจริงๆแล้ว คนที่สำเร็จระดับโลกหลายคน ไม่ได้เสี่ยงทำอะไรที่ โดยที่ไม่มีอะไรรองรับความเสี่ยงเลยครับ ตัวผู้ก่อตั้ง google เองก็มองว่า จริงๆ แล้วพวกเขากลัวจะไม่จบปริญญาเอกด้วยซ้ำ และต้องการจะขายกิจการgoogle ที่เริ่มคิดในตอนนั้นให้กับคนอื่นในมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์ แต่!! ไม่มีใครสนใจ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ดีเพราะเราก็รู้ว่าตอนนี้ google เป็นหนึ่งในบริษัทที่มูลค่าสูงที่สุดในโลก
หลายคนก็บอกว่า อ้าว แล้ว บิลล์ เกตส์ ละ นี้ลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้ง ๆ ที่เรียนไม่จบ แล้วมาทำบริษัท ไมโครซอฟท์ เลย ความเป็นจริง เกตส์เริ่มขายซอฟต์แวร์ตอนเรียนปี 2 กว่าจะเลิกเรียนก็อีกหนึ่งปี จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้เลิกเรียนเลยครับ เขาไปขอยื่นพักการศึกษาไว้เฉย ๆ เผื่อว่าถ้าไม่รอดก็กลับมาเรียนต่อ เมื่อมหาวิทยาลัยอนุมัติให้พักการเรียนได้ เขาจึงออกมาทำงานเต็มตัวครับ โดยยืมเงินพ่อ-แม่ มาลงทุน ( ถ้าศึกษาประวัติ บิลล์ เกตส์ จะรู้ว่าที่มีบ้านฐานะทางการเงินและสังคมระดับหนึ่ง ถึงอย่างไรก็มีเงินใช้สบาย ๆ ครับ )
ดังนั้นที่หลายคนว่า ต้องเสี่ยง ต้องกล้า ถึงจะรวย อาจจะต้องวงเล็บนิดหนึ่งว่า – (ควรมีแผนสองไว้เผื่อไม่รอด) เพราะจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า ผู้ประสบความสำเร็จทุกคน มีประกันความเสี่ยงของตัวเองเอาไว้อยู่แล้ว
ข้อมูลจากหนังสือ Oroginals โดย Adam Grant
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments