สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

ตรอกโบราณ ถนนโมเดิร์น ขึ้นกระเช้าเที่ยวภูเขาเมืองเก่าเมืองมังกร EP3

หลังจากใส่เสื้อฮีทเทคชั้นในเพิ่ม เพื่อเตรียมตัวรับความหนาวเย็นกันเรียบร้อย เราก็ได้เดินมาที่ตรอกโบราณ ตึกในตรอกมีสไตล์แบบจีนโบราณ เปิดร้านค้ามีสีสันตามกระแสโลกที่เปลี่ยนไป แต่ก็ดูกลมกลืนกัน ร้านส่วนใหญ่จะขายของกิน เลยแวะลองชิมพวกหมู ไก่ ปลาหมึกปิ้งกินดู พอใส่เข้าปากรู้สึกซ่าๆ ชาๆ ลิ้นเพราะใส่ผงหม่าล่าแบบที่เราชอบกินกันที่เมืองไทยนี้แหละครับ ต้นกำเนิดก็มาจากประเทศจีน หลังจากที่แวะเติมพลังเล็กๆ น้อยแล้ว เราก็เดินเที่ยวเล่นตามตรอกต่อไป
.
ถึงแม้ลักษณะอาคารเป็นแบบจีนโบราณ แต่คนที่มาเดินไม่โบราณเลย ตรอกกว้างประมาณ5-6 เมตร คนเดินสวนกันไปมา สาวๆ จีนที่นี้ น่ารักมากๆ ใส่เสื้อผ้ามีสีสันชวนมอง ผมกับเพื่อนๆ หนุ่มๆ มองกันใหญ่ จริงๆ หนุ่มๆ เขาคงหล่อ แต่เนื่องจากไม่อยู่ในความสนใจเลยไม่ได้ โฟกัสเรื่องนี้อาจต้องถามหมอตุ้มดู ทั้งถนนเปิดเสียงเพลงดังลั่นเหมือนกับอารมณ์เดินถนนข้าวสารอย่างไรอย่างนั้นครับ จนหน่องเอ๋ยปากว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ในประเทศคอมมิวนิสต์นะ… ใช่ครับเรากำลังเดินในประเทศคอมมิวนิสต์ แต่ผมไม่เห็นรูปแบบชีวิตคนที่นี้แตกต่างจากคนในประเทศเสรีนิยมเลย ใช้ชีวิตดูค่อนข้างตื่นตาตื่นใจ เดินไปสักพักเหลือบไปเห็นร้านขายทุเรียนทำเป็น shop ทั้งร้านขายแต่ทุเรียนอย่างเดียว ปอกเปลือกขายกันตรงนั้นเลย รู้ละทำไมทุเรียนไทยขายดี ใกล้กับๆปากตรอกเจอร้านเป็นชื่อภาษาไทย “มันยุ่งมาก” ไม่รู้ว่าเป็นแฟรนไชส์จากประเทศไทยหรือเปล่าในร้านขายพวกเครื่องดื่มแต่ก็มีคนพอปะปราย แต่ร้านที่คนนิยมมากแถวนี้เป็นร้านขายชาอีกยี่ห้อต่อแถวซื้อกันยาวมาก น่าจะเป็นร้านแฟร์นไชส์ที่นิยมที่นี้ เพราะผมเห็นแต่ละร้านของยี่ห้อนี้ห่างกันไม่เกิน 100 เมตร แถวแต่ละร้านยาวมากทุกร้านเลย หน่องเลยไปต่อแถวซื้อ มาลองชิมกันหนึ่งแก้ว
.
ขณะที่เราเดินเล่นอยู่ก็ได้ยินเสียงบีบแตรมอเตอร์ไซด์ดังตลอด วิ่งผ่านถนนที่เราเดิน ผมเองยังสงสัยว่าทำไมมอเตอร์ไซด์ที่นี้นักเลงกันจังบีบแตรตลอดนี้ถ้าอยู่เมืองไทยน่าจะมีเรื่องกันแล้ว แต่พอสังเกตดีๆ พบว่า มอเตอร์ไซด์ที่นี้เป็นแบบรถไฟฟ้า ที่ต้องบีบแตรเพราะไม่มีเสียงเครื่องยนต์ จะได้เตือนพวกที่เดินบนถนนให้หลบไปไม่งั้นเดียวโดนชน จริงๆ ก็ไม่ได้ขับเร็วครับ เพียงแต่เสียงเงียบมาก ต้องยอมรับว่าควันไอเสียไม่มีเลย ตอนผมกลับมาเมืองไทยแล้วไปเดินซื้อของแถวสำเพ็งที่ไทยตรอกแคบๆ ประมาณ 2-3 เมตร มีมอเตอร์ไซด์ควันโขมงวิ่งผ่าน ยังรู้สึกหงุดหงิดเลย เพราะว่าอาคารแถวสำเพ็ง ค่อนข้างทึบปลูกติดกัน ควันก็วนไปวนมาไม่ไปไหน เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าที่จีนได้เข็มงวดดีมากกับเรื่องสิ่งแวดล้อม สังเกตจากรถยนต์ที่วิ่งบนถนนน่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสัก 50 เปอร์เซ็นต์ได้ หลังจากที่เราเดินเล่นตรอกโบราณสักพัก ตุ้มก็ชวนไปเดินถนนอีกเส้นใกล้ๆกัน บอกว่าจะเป็นถนนแนวโมเดิร์น เราเลยเดินออกจากตรอกถนนโบราณ
.
เราเดินตามทางเท้าผ่านถนนใหญ่เพื่อไปยังจุดมุ่งหมายอีกที่ไม่ไกลกันมากนัก ได้ผ่านร้านหนึ่งแนวร้านดื่มสังสรรค์ แต่น่าจะค่อนข้างไฮโซ เพราะสังเกตจากรถยนต์ ที่ต่อคิวมาส่งคนเข้าร้าน มีทั้งรถเฟอร์รารี่ รถโรลส์รอยล์ เต็มหน้าร้าน ไม่ต้องพูดถึงถนนใหญ่นะครับ ผมเห็นเฟอร์รารี่วิ่งผ่านเป็นว่าเล่น ผมชักไม่มั่นใจละว่านี้คือประเทศคอมมิวนิสต์จริงหรือเปล่า เพราะเห็น ไลฟ์สไตล์คนที่นี้ก็เหมือนกับคนในประเทศเสรีนิยมทั่วๆไปหรืออาจจะดีกว่าบางประเทศด้วยซ้ำ แต่สักพักก็เห็นมีรถตำรวจแบบหุ้มเกราะมาจอดบนทางเท้าที่เราเดินผ่าน คุณตำรวจเดินลงมาทำสีหน้าเข้มๆ เพื่อดูความเรียบร้อย อืมค่อยมีอารมณ์เหมือนอยู่ในประเทศสังคมนิยมขึ้นมาหน่อย สักพักเราเดินถึงสี่แยกที่เพื่อจะข้ามไปถนนแนวโมเดิร์น เห็นมีรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ หน่องบอกให้ไปถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นท่านประธานเหมากัน ผมดูอย่างไรก็ไม่เห็นเหมือนท่านประธานเหมาเลย หลังจากถ่ายได้สักพักไปดูที่ป้ายตรงรูปปั้นปรากฏว่า เป็นรูปปั้นของคนสำคัญของเมืองฉางชา ไม่ใช่ท่านประธานเหมาถ่ายรูปกันประมาณ 20 นาที ก็ไปเดินเล่นในถนนคนเดิน ถนนนี้ มีขนาดกว้างมากกว่าตรอกก่อนหน้านี้มาก กว้างประมาณถนนสี่เลนส์ของบ้านเราแต่นี้ให้คนเดิน ความรู้สึกที่เดินเหมือนกับเดินในประเทศสิงคโปร์ มีร้านขนาดใหญ่ทั้งอุปกรณ์กีฬา มือถือ แมคโดนัล แต่ที่ดูแล้วแปลกตาคือคนร้านขายทอง ที่ให้พนักงานขายแต่งชุดมีสายสะพายแบบประกวดนางงามมายืนขายทองเป็นการเรียกลูกค้าที่เก๋อีกแบบหนึ่ง
.
หลังจากเดินเล่นสักพักใหญ่ๆ เราก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับไปลงบริเวณสถานีรถบัสที่พึ่งจองตั๋วเมื่อช่วงเย็น รถไฟฟ้าใต้ดินค่าโดยสารไม่แพงครับ ประมาณ 2-3 หยวน คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 10-15 บาท ผมลองคิดเล่นๆ ต่อให้เดินทางต้นสายไปสุดสายก็ไม่น่าเกิน 25 บาทซึ่งราคาถูกกว่าบ้านเรามาก พอขึ้นมาจากรถไฟใต้ดินเราก็เดินไปหาข้าวกินกันในสถานีรถบัส ร้านส่วนใหญ่ปิดหมดแล้วเหลือเปิดเพียงร้านเดียว เป็นแบบร้านข้าวแกงบ้านเรา สั่งกับมากินเป็นจานๆ หลายอย่างอร่อยมากครับ แต่ที่สังเกตคืออาหารพี่เขาเล่นใส่ผงหม่าล่าทุกจานเลย กินแล้วจะชาๆปาก นิดๆ ยังดีที่ไม่โรยใส่ข้าวสวยด้วย พอทานกันสักพัก พี่คนขายก็เดินมาคุยกับเรา โดยมีเทพหน่องเป็นล่ามให้ เราก็คุยกันเรื่องทั่วๆไป บอกเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย พี่ผู้ชายคนขายยิ้มแย้มให้การดูแลอย่างดี เนื่องจากจะปิดร้านแล้วเหลือแต่พวกเรา พี่เขาก็ยกกับข้าวมาให้เราแถมเพิ่มให้อีก 2-3 อย่าง แบบฟรีๆ ไม่คิดเงิน จนผมรู้สึกว่าคนจีนน่ารักและใจดีมากๆ ทำให้ผมเริ่มหลงรักประเทศนี้ขึ้นมาแล้วสิ พอกินกันเสร็จเราก็เดินกลับที่พักที่อยู่ใกล้ๆ เตรียมเดินทางไปอีกเมืองในวันรุ่งขึ้น
.
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.