เรารู้ว่า เทคโนโลยี ebook ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตมานานพอสมควรแล้ว และตอนที่มีมาแรกๆ เราก็เข้าใจว่าน่าจะมาทดแทนหนังสือได้ ถ้าตัวอ่าน e-reader ถูกลง แต่ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา การอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ ก็ไม่ได้น้อยลงไป แต่ดูท่าจะอ่านกันมากขึ้นด้วยซ้ำ
สาเหตุส่วนหนึ่งคือ ขณะที่เราอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ เราไม่ได้อ่านหนังสือต่อไปเรื่อยๆ เพราะเนื้อหาอย่างเดียว แต่เราอ่านต่อเพราะว่าเรารู้ว่าเราอ่านถึงตรงไหน การที่เรามองดูเห็นที่คั่นหนังสือว่าอยู่ตรงที่ตรงความหนาตรงไหนของหนังสือ ก็เป็นหนึ่งในความสุขของเราเหมือนกัน ซึ่งการอ่าน ebook ทำไม่ได้ ต่อให้บอกว่าอยู่ถึงหน้าไหนแล้ว แต่ความรู้สึกก็ไม่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าหลายๆท่านเป็นหรือเปล่า ลอง comment คุยกันดู
ส่วนตัว ผมอ่านทั้ง หนังสือเป็นเล่ม และ ebook โดยส่วนใหญ่ถ้าไม่อ่านหนังสือจาก file pdf ซึ่งทั้งสองให้ความรู้สึกแตกต่างกันจริงๆ ส่วนตัวถ้าผมจะซื้อ ebook โดยผ่าน Kindle ของ amazon จะเป็นหนังสือภาษาอังกฤษเนื่องจากไม่ต้องรอ กดปุ๊บมาทันที และสิ่งสำคัญคือมี dictionary ในตัว ไม่รู้ศัพท์ไหน ก็กดให้แปลเป็นคำๆได้ แต่ถ้าซื้อหนังสือภาษาอังกฤษเป็นเล่มๆ ถ้าคำไหนลืม ต้องกดเปิดหาจาก google translate ซึ่งไม่สะดวกเท่ากดดูจาก Kindle เลย แต่ถ้าหนังสือเล่มที่ต้องการอ่านมีแปลเป็นไทย ผมจะยอมเสียเวลาขับรถไปซื้อที่ร้านหนังสือ หรือไม่ก็สั่งจาก website
ลักษณะเด่นของการได้เปิดหนังสือขึ้นมาแล้ว ได้ยินเสียงเปิดหน้ากระดาษ ได้กลิ่นกระดาษ รู้ว่าตอนนี้อ่านได้ถึงไหนแล้ว ก็เป็นความสุขอีกแบบ แต่ในขณะที่อ่าน ebook ถึงแม้จะบอกเป็น เปอร์เซ็นต์ว่าอ่านไปได้เท่าไร แต่ก็ยังให้ความรู้สึกแบนๆ เหมือนเดิมตามความหนาของเครื่องอ่าน ebook
แม้เทคโนโลยีจะทำให้เราสะดวกสบายขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถมาทดแทนอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายบางครั้งคนเราก็ยังโหยหาการเสพความรู้สึกแบบเดิมๆ ที่เทคโนโลยียังมิอาจมาทดแทนได้
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

0 Comments