สนใจ คอร์สเรียน ประถม มัธยม ที่ Thegurufirst

แต่งโดย James Clear แปล ประพาฬรัตน์ ยงมานิตชัย
แนวคิดที่ผมสรุปนี้ เป็นความเข้าใจของผม และเลือกส่วนที่ผมชอบมาครับ เพื่อนบางคนพออ่านแล้วอาจจะมีมุมมองอื่นที่แตกต่างกันได้ มาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ เริ่มเลยนะครับ
.

1. การสร้างนิสัยดีๆ จำเป็นต้องใช้ “เวลา” อยากไปคาดหวังว่า พอตั้งใจว่าวันนี้ ฉันจะเป็นคนสุขภาพดีออกกำลังกายทุกวัน กินอาหารที่ดีทุกมื้อ แต่พอทำจริง อาจจะได้สักสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ แล้วหลายๆ คนก็จะเข้านิสัยเดิมๆ ลองนึกตอนต้นปีก็ได้ครับที่เราตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงอะไร สุดท้ายบางทีก็เหมือนเดิม
.
การปรับปรุงนิสัยหรือพฤติกรรม ต้องค่อยๆเปลี่ยนทีละนิดครับ ถ้าวันไหนพลาดไปก็เริ่มเอาใหม่อย่าท้อ คิดว่าเหมือนกับขับเครื่องบิน ถ้าตอนขึ้น ปรับองศาแตกต่างจากมุมที่เราจะไปเพียงเล็กน้อย สุดท้ายปลายทางก็จะเปลี่ยนไปไกลห่างจากองศาเดิม ดังนั้นถ้าเราจะเปลี่ยนนิสัย ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันทีทันใดก็ได้ครับ
.
2. ความสำเร็จเมื่อถึงเวลาจะเติบโตอย่างรวดเร็ว เหมือนการโตของต้นไผ่ซึ่งเราจะไม่เห็นความเติบโตอะไรเลยใน 5 ปีแรก หลังจากนั้นจะโตในอากาศได้ถึง 90 ฟุตภายในเพียง 6 สัปดาห์ เหมือนกับที่เราเห็นคนทำธุรกิจแล้วเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ตอนที่เขาฝึกฝนวิทยายุทธในการทำธุรกิจเรามักจะไม่เคยเห็นครับ
.
3. ให้มองที่กระบวนการสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่มองเพียงแค่ความสำเร็จเท่านั้น อย่างเช่น ถ้าเราอยากเรียนเก่ง เราต้องมองว่าเราอ่านหนังสือเพียงพอหรือไม่ หรือหากเราอยากมีรายได้มากขึ้น เราพัฒนาความรู้สามารถเราได้เพียงไหนแล้ว
.

4. การมองว่าเราจะมีความสุขเมื่อเราต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น อาจเป็นมุมมองที่แคบไป ในการจะมีความสุขกับชีวิต จริงๆแล้วกระบวนการที่เดินทางไปสู่หนทางนั้น ก็ทำให้เรามีความสุขเหมือนกันโดยไม่ต้องรอถึงเป้าหมายที่วางไว้ นึกถึงว่าเวลาเราทำโปรเจค อะไรบ้างอย่างกับทีมงาน นอกเหนือจากที่สนุกกับความสำเร็จแล้ว การได้ทำงานกับทีมที่รู้ใจก็เป็นความสุขเหมือนกัน
.
5. การเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง ต้องเริ่มจากกำหนดนิสัยของตัวเองแล้วเปลี่ยนแปลงเพื่อไปสู่เป้าหมาย มิใช่การนำเป้าหมายมากำหนดนิสัย เพื่อให้เข้าใจ ลองดูสองประโยคนี้ดูนะครับ
“ ฉันไม่กินอาหารขยะ เพราะฉันอยากหุ่นดี.”
“ฉันหุ่นดี ฉันจึงไม่อยากกินอาหารขยะ”
จากสองประโยคด้านบน ดูแล้วความหมายเดียวกัน แต่พอพิจารณาอย่างลึกซึ้งจะพบว่า ประโยคแรกคือคนที่หุ่นไม่ดีแล้วอยากทำให้หุ่นดี ประโยคสอง อาจเป็นคนหุ่นดี หรืออาจจะเผลออ้วนไปแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าจะกลับมาให้หุ่นดีได้อยู่แล้ว จึงรู้ว่าควรจะกิจอาหารอย่างไร เพื่อให้ตัวเองหุ่นดี
.
6. การเลือกคำพูดหรือความคิด สะท้อนถึงจิตใต้สำนึกว่า ตัวเองเป็นคนอย่างไร เช่น
.
“ ฉันอยากวิ่งมาราธอน” กับ “ฉันเป็นนักวิ่งมาราธอน”
.
“ ฉันอยากเป็นคนขยันเรียน” กับ “ฉันอ่านหนังสือเรียนอย่างน้อย 1 ชั่วโมงทุกวัน”
.
“ฉันอยากผอม” กับ “ฉันเป็นคนหุ่นดี”
.
จากประโยคที่เปรียบเทียบจะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จิตสำนึกในการคิดต่างกัน ส่วนแรกคือยังไม่ได้เป็น ข้อความหลังคือ ฉันเป็นอยู่แล้วแค่ตอนนี้อาจต้องกลับมาฟิตเหมือนเดิมอีกครั้ง เหมือนกับตอนที่ผมเป็นนักว่ายน้ำพอซ้อมเสร็จก็จะไม่ค่อยซ้อมละ จะไม่ค่อยฟิต แต่พอจะไปแข่งอีกรอบกลับว่าลงคอร์ดใหม่ สักพักก็จะเข้าที่ซ้อมโหดๆ ได้เหมือนเดิม
.
ข้อต่อไปขอต่อใน post หน้านะครับ
.
ขอบคุณที่ติดตาม
เฟิร์สเล่าเรื่อง

สรุปแนวคิดหนังสือ ATOMIC HABITS ตอนที่ 2

สรุปแนวคิดหนังสือ ATOMIC HABITS ตอนที่ 3


0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


The reCAPTCHA verification period has expired. Please reload the page.